Home  |  ABOUT US  |  PACKAGE TOUR  |  WEBBOARD  |  PROMOTION  |  CONTACT US  |  TourGuide  |  GALLERY  |  ALBUM  |  MEMBER
 
      
ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย     ส่งหน้านี้ให้เพื่อน ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
 
Newsletter Signup
Join Delete
กันยายน 2553
อาพฤ
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  

Bangkok Forecast















































 
 
  name :   pass :        
 News

โครงการหลวงในเชียงใหม่ 5
    

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง

            .จากเชียงใหม่ด้วยเส้นทางสายหางดง - สะเมิง ประมาณ 45 กิโลเมตร เข้าสู่หมู่บ้านแม่ขนิน ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีชาวพื้นเมืองอาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ อันมีลักษณะเป็นที่ราบเชิงเขา ทำการเกษตรไม่ค่อยได้ผล จึงมีผลผลิตต่อไร่ต่ำมาก พื้นที่การเกษตรประมาณ 90% ของพื้นที่ทั้งหมดทำการเกษตรโดยใช้น้ำฝน เนื่องจากปริมาณน้ำในลำห้วยธรรมชาติ 2 แห่งมีน้อยมากไม่เพียงพอแก่การเพาะปลูก ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรได้ทั้งหมด เกษตรกรยังคงทำไร่เลื่อนลอยบุกรุกพื้นที่ป่าทุกปี เพื่อหาพื้นที่เพาะปลูกใหม่สำหรับหมุนเวียนปลูกพืช ไม่มีที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง มีชีวิตความเป็นอยู่ค่อนข้างยากจนมาก

            .ปี 2521 มูลนิธิโครงการหลวงจึงจัดตั้ง “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง”ขึ้นบนพื้นที่ 7 ไร่ ในเขตหมู่บ้านแม่ขนินแห่งนี้ เพื่อเป็นสถานีดำเนินงานส่งเสริมอาชีพ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ให้แก่เกษตรกร ครอบคลุมพื้นที่ 20 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยหมู่บ้านบริวาร 4 หมู่บ้าน รวม 169 ครอบครัว ประชากร 764 คน เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง 3 หมู่บ้าน คือหมู่บ้านห้วยกวาง น้ำซุ่ม บ่อแง๊ก และชาวพื้นเมือง 1 หมู่บ้านคือ หมู่บ้านแม่ขนิน

วัตถุประสงค์

1. เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารบริโภค ในครัวเรือน โดยได้นำเอาเทคโนโลยี และแนวทางการผลิต ตามหลักวิชาการแผนใหม่ รวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่

2. เพื่อส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้สูง และให้รู้จักการทำการเกษตรแบบอนุรักษ์

3. เพื่อให้เกษตรกรมีที่ทำกินอย่างถาวร และยุติการทำไร่เลื่อนลอย

4. เพื่อส่งเสริมการพัฒนาสังคม และคุณภาพชีวิตแก่เกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ลักษณะการดำเนินงาน

งานวิจัย ได้แก่ การทดสอบพันธุ์ไม้ดอกที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เช่น กุหลาบ และการทดสอบพันธุ์ไม้ผลที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เช่น อโวคาโด้ พลับ บ๊วย สาลี่ และสมอจีน
งานส่งเสริม ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง ได้จัดหาพืชพันธุ์ต่าง ๆ เพื่อการส่งเสริมโดยพิจารณาถึงความเหมาะสม ต่อสภาพพื้นที่และเกษตรกรแบ่งเป็นประเภทได้ดังนี้

            .พืชไร่ เ ช่น ข้าวไร่ ข้าวนาดำ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง ขิง กระเทียม
            .พืชผัก เช่น กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักกาดหางหงส์ แครอท
            .ไม้ผล เช่น อโวคาโด้ พลับ บ๊วย ลิ้นจี่
            .ไม้ดอก เช่น กุหลาบ

พืชเกษตรกรรมเด่น ที่ทำรายได้ให้แก่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง และเกษตรกรได้แก่ ขิง พลับ อโวคาโด้และกุหลาบ เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 36,000 - 85,000 บาท/ครอบครัว/ปี

แหล่งน้ำเพื่อการเกษตรกรรม

            .กรมชลประทานได้จัดสร้างฝายน้ำล้น 2 แห่ง และคลองส่งน้ำเพื่อการเกษตรกรรม แต่เนื่องจากปริมาณน้ำลดน้อยลงทุกปี ในฤดูแล้งจึงสามารถใช้น้ำจากระบบชลประทาน สำหรับพื้นที่เกษตรกรรมหมู่บ้านแม่ขนินเพียงประมาณ 90-100 ไร่ สำหรับพื้นที่การเกษตรที่เหลืออยู่ จึงต้องอาศัยน้ำฝนในช่วงฤดูฝน เพื่อการเพาะปลูกเท่านั้น

งานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

            .เป็นงานที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง ดำเนินการควบคู่ไปกับการส่งเสริมการ เกษตรด้วยการมุ่งเน้นส่งเสริม ให้เกษตรกรปลูกไม้ผลยืนต้น เพื่อสร้างสวนไม้ผลบนที่สูงเพื่อการอนุรักษ์ตลอดมา
            .แม้จะผ่านมาด้วยระยะเวลา 17 ปีแล้วก็ตาม การดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง ยังคงสืบสานต่อไปบนเส้นทางพระราชดำริ พร้อมคาดหวังไว้ว่างานส่งเสริม เพื่อพัฒนาอาชีพและชีวิตความเป็นอยู่ ของชนชาวไทยในผืนดินแห่งนี้ จะได้รับผลสำเร็จยิ่งขึ้น และบรรลุสู่เป้าหมายในเวลาอันใกล้

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา

            .จากลักษณะของพื้นที่ อันเป็นที่ราบหุบเขา มีลำธารจากธรรมชาติไหลผ่านพื้นที่1 แห่ง และสูงจากระดับน้ำทะเล 800 เมตร ซึ่งอยู่ในพื้นที่ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิงติดต่อกับอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ อันเป็นถิ่นอาศัย และทำกินของชาวเขาเผ่าม้ง ซึ่งมีฐานะยากจน ที่ประกอบอาชีพการเกษตรด้วยการทำไร่ฝิ่น ไร่เลื่อนลอย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการทำลายป่าไม้ และแหล่งต้นน้ำลำธารของประเทศ

            .ด้วยเหตุผลดังกล่าวประการหนึ่ง มูลนิธิโครงการหลวง จึงเลือกพื้นที่ในเขตหมู่บ้านป่าเลา ตำบลสะเมิงใต้แห่งนี้ จำนวน 9 ไร่ ซึ่งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านเกษตรกรชาวเขา และยังเป็นแหล่งที่มีภูมิอากาศเหมาะสม อีกประการหนึ่งเป็นที่ตั้งของ“ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา”โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

1. เพื่อลดพื้นที่การปลูกฝิ่น

2. เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรชาวเขาใ ห้มีฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น

3. ลดการทำไร่เลื่อนลอย โดยใช้วิชาการสมัยใหม่ ในการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น

4. ส่งเสริมและให้ความรู้ในการพัฒนาด้านต่างๆ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสถานภาพความเป็นอยู่

            .ปี 2520 มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน และกรมชลประทานเริ่มต้นดำเนินการ บุกเบิกพื้นที่จัดสรรพื้นที่ทำกินให้ราษฎร จัดหาแหล่งน้ำ พร้อมกับจัดทำระบบชลประทานเพื่อการเกษตร อุปโภค และบริโภค โดยได้สร้างอ่างเก็บน้ำไว้ 3 แห่ง

            .ปี 2524 กรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่และปัจจัยการผลิต เข้ามาส่งเสริมด้านการเกษตร ร่วมกับโครงการเกษตรที่สูง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน ซึ่งประสานงานและให้ความรู้ทางด้านวิชาการ

            .ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา ดำเนินการส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกร ครอบคลุมพื้นที่ 2,216 ไร่ จำนวนหมู่บ้านบริวาร 4 หมู่บ้าน คือ ป่าเลา ป่าใหม่ บวกจั่น และกองแหะราษฎรที่อาศัย เป็นชาวเขาเผ่าม้ง และคนเมือง รวม 274 ครอบครัว

ลักษณะการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา

แบ่งออกได้ดังนี้

งานภายในศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา

  • งานทดลอง ได้แก่ การทดลองปลูกอโวคาโด้ สตรอเบอรี่
  • งานขยายพันธุ์ ได้แก่ กุหลาบ บ๊วย พลับ และท้อ งานส่งเสริม
  • งานส่งเสริมพืชไร่ ได้แก่ ข้าวไร่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันฝรั่ง และถั่วแดงหลวง
  • งานส่งเสริมพืชผัก ได้แก่ ถั่วแขก แตงกวายาว ผักกาดหางหงส์ กะหล่ำปลี แครอท ผักกาดขาวปลี และกระเทียม
  • งานส่งเสริมไม้ผล ได้แก่ ลิ้นจี่ สตรอเบอรี่ บ๊วย ท้อ อโวคาโด้ และพลับ
  • งานฝึกอบรมและสถาบันกลุ่ม

  • ฝึกอบรมเกษตรกร
  • โครงการอาหารกลางวัน โดยร่วมกับโรงเรียนบ้านบวกจั่น ด้วยการสนับสนุนด้านเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัว ปุ๋ย และยาปราบศัตรูพืชบางส่วน
  • พัฒนาสำนักสงฆ์บ้านบวกจั่น ร่วมกับชาวบ้านทำความสะอาด และปลูกไม้ผล เช่น แอปเปิ้ล และสาลี่ให้แก่วัด
  • พัฒนาถนน ร่วมกับชาวบ้านพัฒนาถนนเข้าสู่หมู่บ้าน ระยะทาง 3 กิโลเมตร ขุดร่องระบายน้ำ และปรับปรุงพื้นผิวถนนตลอดระยะทาง
    เกษตรกรอาศัยน้ำเพื่อการเกษตรกรรม จากอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำธรรมชาติที่กรมชลประทาน ได้จัดทำระบบชลประทานให้ และจากน้ำฝน
  • ปัญหาในการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา

    1. ปัญหาขาดแคลนน้ำ ในช่วงฤดูแล้ง ถึงแม้ว่าศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา จะได้แก้ปัญหาด้วยการสูบน้ำจากลำห้วยแล้วก็ตาม ยังคงไม่เพียงพอ ต่อปริมาณความต้องการใช้น้ำของเกษตรกร เนื่องจากป่าไม้บริเวณแหล่งต้นน้ำลำธารถูกทำลาย

    2. การคมนาคมไม่สะดวก เนื่องจากยังเป็นดินลูกรัง และยังไม่มีหน่วยงานใดให้ความช่วยเหลือ

    พืชเกษตรกรรมเด่น ของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา ที่ให้ผลผลิตและทำรายได้ให้แก่เกษตรกร และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา ได้แก่

  • สตรอเบอรี่ ปริมาณผลผลิต 2,000กก./ปี
  • หน่อไม้ฝรั่ง ปริมาณผลผลิต1,000กก./ปี
  • แตงกวายาวปริมาณผลผลิต 3,000กก./ปี
    เกษตรกรมีรายได้ประมาณ 25,000 - 40,000 บาท/ครอบครัว/ปี
  • การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

    1. จัดการอบรมให้ควาามรู้แก่เกษตรกร ในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้

    2. ส่งเสริมการปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น ให้เป็นป่าเศรษฐกิจ เช่น ลิ้นจี่ บ๊วย พลับ ท้อ อโวคาโด้

                มีการจัดการให้ปลูกพืชผัก ไม้ดอก และพืชไร่ แซม ระหว่างไม้ผลที่ปลูก ในขณะยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่

                .ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกต้นสมอจีน จำนวน 150 ต้น ในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ประมาณ 300 กว่าไร่ เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรม โดยที่เกษตรกรได้รับผลผลิตและมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย

                18 ปี ของการดำเนินงาน ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา เกษตรกรชาวเขาได้ยอมรับ และเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตที่สืบทอดจากบรรพชน จากการปลูกฝิ่นไปสู่อาชีพเกษตรกรรม ที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา ได้ส่งเสริมช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น มีที่ดินทำกินเป็นหลักแหล่ง และบ้านเรือนถาวร สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ อย่างปกติสุขท่ามกลางธรรมชาติ ในฐานะที่เป็นคนไทยและเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ

    ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยผักไผ่

                ณ พื้นที่ซึ่งเป็นที่ลาดภูเขา มีลำธารธรรมชาติไหลผ่าน อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 540 - 600 เมตร อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 22 องศาเซลเซียส อยู่ในเขตหมู่บ้านแม่ฮะ ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ มีราษฎรชาวพื้นเมือง ซึ่งมีฐานะค่อนข้างยากจนมาก อาศัยอยู่ในพื้นที่เนื่องจากทำการเกษตรไม่ค่อยได้ผล ทำให้ผลผลิตต่ำมาก

                ปี 2523 มูลนิธิโครงการหลวงจึงตั้ง "ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยผักไผ่" ขึ้นบนพื้นที่ 81 ไร่ และครอบคลุมพื้นที่ดำเนินงานทั้งหมด 1,200 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมที่มูลนิธิโครงการหลวง ได้รับอนุญาตให้เข้าไปจัดสรร เพื่อการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรในพื้นที่ ให้ดีขึ้น มีหมู่บ้านในความรับผิดชอบ จำนวน 3 หมู่บ้าน คือ หมู่บ้านแม่ฮะ หมู่ 3 หมู่ 5 และหมู่บ้านปางยาง หมู่ 6 รวม 321 ครอบครัว ประชากร 1,766 คน

                ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยผักไผ่ เมื่อตั้งขึ้นก็ได้รับความร่วมมือ จากสำนักงานพัฒนาที่ดิน เขต 6 จังหวัดเชียงใหม่ ทำการปรับปรุงที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดส่งเจ้าหน้าที่และบุคลากรเข้ารับผิดชอบในพื้นที่ และได้รับเงินสนับสนุนจากไต้หวัน ซึ่งให้ความช่วยเหลือในด้านงานวิจัยการเกษตรที่สูง พร้อมทั้งจัดผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำแนะนำในการปลูกพืชชนิดต่างๆ

    พืชที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยผักไผ่ ให้การส่งเสริมแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

    • พืชไร่ ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวไร่ ขิง กระเทียม ข้าวนาดำ และถั่วเหลือง
    • พืชผัก ได้แก่ ผักกาดขาวปลี และกะหล่ำปลี ฯลฯ
    • ไม้ผล ได้แก่ มะม่วง ลิ้นจี่ และ อโวคาโด

    พืชเกษตรกรรมที่ให้ผลผลิตสูงสุดแก่เกษตรกร ได้แก่

    • ประเภทพืชผัก คือ ขิง
    • ประเภทไม้ผล คือ ลิ้นจี่

                แต่การเพาะปลูกของเกษตรกร ต้องอาศัยน้ำฝนในช่วงฤดูฝนทำการเพาะปลูกเป็นหลัก เนื่องจากลำธารธรรมชาติที่ไหลผ่าน 1 แห่งนั้นอยู่ต่ำกว่าพื้นที่ทำกินของราษฎร จึงทำให้มีข้อจำกัดในการเพาะปลูก ประกอบกับในปัจจุบันที่ดินส่วนใหญ่ ได้มีการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ จึงส่งผลให้ราษฎรในพื้นที่มีที่ดินทำกินจำกัด มูลนิธิโครงการหลวง จึงพัฒนาพื้นที่เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด

                ปี 2532 มูลนิธิโครงการหลวง จึงได้เลือกพื้นที่ส่วนหนึ่ง ของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยผักไผ่ จำนวน 27 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีระดับความสูงที่เหมาะสม ดินมีการระบายน้ำดี เป็นสถานที่ดำเนินงานของ “สวน กุหลาบหลวงห้วยผักไผ่”

                โดยขอความร่วมมือจากสำนักงานพัฒนาที่ดิน และจังหวัดเชียงใหม่ ในการวางระบบการอนุรักษ์ดิน และน้ำ และสร้างบ่อพักน้ำขนาดเล็ก เพื่อจัดทำเป็นศูนย์รวบรวม และศึกษาพันธุ์กุหลาบชนิดต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ และได้รับการสนับสนุนด้านพันธุ์กุหลาบ จากเกษตรกรผู้ปลูกกุหลาบทั่วประเทศ

                ซึ่งเริ่มต้นส่งเสริมให้เกษตรกร ทดลองปลูกกุหลาบในแปลงที่จัดเตรียมไว้ และปรากฎว่าความอุดมสมบูรณ์ของดิน อุณหภูมิ ตลอดจนระดับความสูงของพื้นที่ ได้เอื้ออำนวยให้มีความเหมาะสม ต่อการปลูกกุหลาบได้เป็นอย่างดี

    สวนกุหลาบหลวงห้วยผักไผ่ จึงมีวัตถุประสงค์ดังนี้

    1. รวบรวมพันธุ์กุหลาบ เพื่อการปรับปรุงพันธุ์กุหลาบในประเทศไทย

    2. รวบรวมพันธุ์กุหลาบ เพื่อการศึกษาวิจัยการปลูกการกำจัดโรคแมลง และการดูแลรักษาที่เหมาะสม เพื่อการเป็นไม้ตัดดอกและไม้ประดับ

    3. เป็นศูนย์ฝึกอบรมเรื่องกุหลาบ เพื่อเป็นไม้ตัดดอก และไม้ประดับแก่นักศึกษา เจ้าหน้าที่ทั้งภาครัฐ เอกชน และผู้สนใจทั่วไป

    4. เป็นสถานที่จัดจำหน่ายพันธุ์กุหลาบ

    5. เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจของบุคคลทั่วไป

    ลักษณะการดำเนินงาน

    • การรวบรวมและศึกษาพันธุ์กุหลาบ โดยได้รวบรวมพันธุ์ และศึกษาพันธุ์กุหลาบชนิดต่างๆ ทั้งจากในประเทศ และสั่งจากต่างประเทศ ได้แก่ กุหลาบดอกใหญ่ กุหลาบพวง กุหลาบพวงดอกใหญ่ และกุหลาบหนู
    • การผลิตกุหลาบเพื่อจำหน่าย

    - ต้นพันธุ์กุหลาบจัดจำหน่ายในรูปพันธุ์ไม้กระถางทุกประเภท
    - ดอกกุหลาบ จัดจำหน่ายในรูปดอกเดี่ยว ดอกที่จัดเข้าช่อ

    • การฝึกอบรมและเผยแพร่ความรู้ โดยให้การฝึกอบรมวิธีการปลูกกุหลาบ แก่เกษตรกร เจ้าหน้าที่มูลนิธิโครงการหลวงจากศูนย์พัฒนาโครงการหลวงต่างๆ รวมทั้งให้การฝึกอบรมภาคสนาม แก่นิสิตภาควิชาพืชสวนจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

                ซึ่งในปัจจุบัน ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยผักไผ่ สามารถรวบรวมพันธุ์กุหลาบได้ไม่ต่ำว่า 209 พันธุ์ ทั้งนี้โดยเน้นในเรื่องการศึกษาวิจัย การอนุรักษ์พันธุ์กุหลาบ ตลอดจนการขยายพันธุ์จำหน่าย ให้แก่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงต่างๆ ของมูลนิธิโครงการหลวง เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรในแต่ละพื้นที่ ให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง ที่เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยว ให้มีโอกาสได้สัมผัสถึงความงดงามตระการตาของกุหลาบนานาพันธุ์

     
     Home  |  ABOUT US  |  PACKAGE TOUR  |  WEBBOARD  |  PROMOTION  |  CONTACT US  |  TourGuide  |  GALLERY  |  ALBUM  |  MEMBER
      บริษัท เอส ซี ฮอลลิเดย์ จำกัด
    104/269 หมู่ 8 ถนนเอกชัย บางบอน บางบอน กรุงเทพมหานคร 10150
    โทร: 0-2898-0261-2 โทรสาร: 0-2898-0260 E-mail : sc-holiday@hotmail.com ใบอนุญาตประกอบการธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 11/4869

    Copyright © 2005 scholiday.co.th All Rights Reserved. Powered by www.quarkdesigntech.com