Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 17.00 น.

เราช่วยคุณได้

@zjw1568v

Travel License : 11/11210

หน้าแรก

/

ข้อมูลท่องเที่ยว

FUKUOKA–เบปปุ–ยูฟูอิน  TEAMLAB FOREST FUKUOKA–ดาไซฟุ–คินริน ช้อปเทนจิน

FUKUOKA–เบปปุ–ยูฟูอิน TEAMLAB FOREST FUKUOKA–ดาไซฟุ–คินริน ช้อปเทนจิน

15

FUKUOKA–เบปปุ–ยูฟูอิน | TEAMLAB FOREST FUKUOKA–ดาไซฟุ–คินริน | ช้อปเทนจิน |  ทริปคิวชูสาย “ครบฟีล” ที่ได้ทั้งเมืองน่ารัก ฟุกุโอกะ + ศิลปะดิจิทัลสุดล้ำที่ teamLab Forest Fukuoka (teamLab) + ขอพรที่ ศาลเจ้าดาไซฟุเท็มมังกู ศาลเจ้าใหญ่สายการเรียน/วัฒนธรรม (太宰府天満宮|全国天満宮総本宮) แล้วไปพักใจเมืองกลางขุนเขา ยูฟูอิน เดินหมู่บ้านฟลอรัลสุดคิวท์และธรรมชาติ ทะเลสาบคินริน ก่อนปิดท้ายที่ เบปปุ เมืองออนเซ็นระดับตำนานกับโซน “จิโกกุ (บ่อนรก)” และช้อปย่าน เทนจิน ในฟุกุโอกะHighlight  1) teamLab Forest Fukuoka: พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัล “เล่นได้–เรียนรู้ได้–ถ่ายรูปได้จริง”จุดเด่นคือ “งานศิลป์ที่โต้ตอบกับคน” แบ่งเป็นโซนหลักอย่าง Catching & Collecting Forest และ Athletics Forest ทำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่สนุกได้เหมือนกัน (teamLab) เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้คอนเทนต์แนวล้ำ ๆ ในฟุกุโอกะ2) ศาลเจ้าดาไซฟุ (Dazaifu Tenmangu): ขอพรเรื่องเรียน งาน และความสำเร็จดาไซฟุเป็นศาลเจ้าสำคัญของญี่ปุ่นที่มีผู้มาเยือนจำนวนมาก และเป็นศาลเจ้าหลักของสายเท็นจินทั่วประเทศ (太宰府天満宮|全国天満宮総本宮) บรรยากาศเดินสบาย เหมาะทั้งขอพรและถ่ายรูปสถาปัตย์ญี่ปุ่นคลาสสิก3) ยูฟูอินฟลอรัลวิลเลจ: หมู่บ้านยุโรปจิ๋วกลางขุนเขาโซนนี้คือ “เดินแล้วเพลิน” ร้านเล็ก ๆ น่ารัก ของฝาก งานคราฟต์ และมุมถ่ายรูปแนวคิวท์ เหมาะกับครอบครัวและสายคาเฟ่/ช้อปในเมืองเล็ก4) ทะเลสาบคินริน (Kinrin Lake): ธรรมชาติสงบ ๆ ที่เป็นภาพจำของยูฟูอินคินรินเป็นจุดพักใจที่ดีมาก เดินรอบทะเลสาบช้า ๆ ได้ฟีลเมืองออนเซ็นกลางหุบเขา เหมาะกับการถ่ายรูปโทนธรรมชาติและบรรยากาศสโลว์ไลฟ์5) เบปปุจิโกกุ (Beppu Jigoku): เมืองออนเซ็นระดับตำนาน + บ่อน้ำพุร้อนสีสันแปลกตาเบปปุคือเมืองออนเซ็นที่ดังมาก และ “จิโกกุ” เป็นไฮไลต์สายชมธรรมชาติความร้อนใต้พิภพ—ควันไอน้ำพวยพุ่งและสีน้ำพุร้อนเด่น (ชม ไม่ได้ลงแช่)6) ช้อปเทนจิน (Tenjin): ปิดท้ายฟุกุโอกะด้วยย่านช้อปที่ครบและเดินง่ายเทนจินเป็นโซนช้อปหลักของฟุกุโอกะ เหมาะสำหรับของฝาก ร้านยา แบรนด์ญี่ปุ่น และร้านอาหาร—ปิดทริปแบบ “ซื้อจบ” FAQ อากาศฟุกุโอกะโดยรวมเป็นอย่างไรทั้งปี?ฟุกุโอกะอากาศอบอุ่นค่อนข้างชื้น ค่าเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 15.8°C และฝนรวมราว 1,766 มม./ปี (ข้อมูลสภาพอากาศ)อากาศเบปปุโดยรวมเป็นอย่างไรทั้งปี?เบปปุค่าเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 15.2°C และฝนรวมราว 1,663 มม./ปี (ข้อมูลสภาพอากาศ)ยูฟูอิน (Yufu) หนาวกว่าฟุกุโอกะไหม?ยูฟูอินโดยรวมเย็นกว่า (พื้นที่สูงกว่า) ค่าเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 12.7°C และฝนรวมราว 1,795 มม./ปี (ข้อมูลสภาพอากาศ)การแต่งกายแนะนำสำหรับเส้นทางนี้ฟุกุโอกะ/เทนจิน: ชุดเดินเมือง + รองเท้าสบาย, ยูฟูอิน: พกเสื้อคลุมเพราะเย็นกว่า, เบปปุ: ชุดสบาย ๆ เดินชมบ่อนรกและออนเซ็น (แนะนำพกร่ม/เสื้อกันฝนบางเพราะฝนได้ทั้งปี) (ข้อมูลสภาพอากาศ)อาหารท้องถิ่นฟุกุโอกะควรลองอะไร?แนะนำ Hakata ramen, เมนไทโกะ (ไข่ปลาค็อด), โม츠นาเบะ (หม้อไฟเครื่องใน) และของกินสตรีทฟู้ดในเมืองอาหารท้องถิ่นโซนเบปปุ/โออิตะมีอะไรเด่น?เน้นอาหารออนเซ็น/เมืองน้ำพุร้อน เช่น ไข่ออนเซ็น อาหารทะเล และเมนูท้องถิ่นโออิตะ (เลือกตามร้านมาตรฐาน)ของฝากแนะนำจากฟุกุโอกะและคิวชูเมนไทโกะแพ็ก, ขนมแบรนด์คิวชู, ชา/ของแห้ง, ของฝากงานคราฟต์จากยูฟูอิน และของใช้ญี่ปุ่นจากย่านเทนจินสิ่งที่ไม่ควรพลาดของทริปนี้คืออะไร?teamLab Forest Fukuoka (teamLab), ขอพรดาไซฟุ (太宰府天満宮|全国天満宮総本宮), เดินยูฟูอิน+คินริน, ชมเบปปุจิโกกุ, ช้อปเทนจินข้อควรระวังเมื่อชม “จิโกกุ” ที่เบปปุพื้นที่มีไอน้ำร้อนและกลิ่นกำมะถันบางจุด ควรเดินตามทาง ไม่ก้มใกล้ไอร้อน ระวังพื้นลื่น และดูแลเด็กเล็กใกล้ชิดข้อควรระวังที่ศาลเจ้าดาไซฟุเคารพกติกาศาสนสถาน แต่งกายสุภาพ และหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดัง โดยศาลเจ้ามีความสำคัญสูงและมีผู้มาเยือนจำนวนมาก (太宰府天満宮|全国天満宮総本宮)ข้อควรระวังที่ teamLab Forestเป็นพื้นที่มืด/แสงแฟลชและพื้นสะท้อน ควรใส่รองเท้าที่เดินคล่อง และชาร์จมือถือ/พกแบตสำรองเพื่อใช้กับกิจกรรมบางโซน (ตามคำแนะนำสถานที่) (teamLab)การสื่อสาร/อินเทอร์เน็ตควรเตรียมอะไร?แนะนำ eSIM ญี่ปุ่นหรือ Pocket Wi-Fi (ถ้าไปหลายคนคุ้มกว่า) และโหลดแผนที่ออฟไลน์/แอปแปลภาษาไว้ก่อนเดินทางช่องทางติดต่อSC Holiday | ใบอนุญาต 11/11210โทร: 092-283-9997 | 081-870-6343เว็บไซต์: www.scholiday.co.thLine OA: @zjw1568v

OSAKA–KYOTO–NARA

OSAKA–KYOTO–NARA

50

มหัศจรรย์… OSAKA–KYOTO–NARA–MIYAZU–INE     ♨️ ไฮไลต์พิเศษ: แช่ออนเซ็น + เที่ยวครบ “เมืองดัง–เมืองสวย–ทะเลญี่ปุ่น”   โหลดโปรแกรม:    https://bit.ly/4l5YryH Highlight   ปราสาทโอซาก้า (ภายนอก) – ภาพจำ “โอซาก้าครั้งแรกต้องมี” แลนด์มาร์กที่ถ่ายรูปได้สวยทุกมุม ทั้งกำแพงหิน คูน้ำ และมุมกว้างที่เห็นปราสาทตัดกับเส้นขอบฟ้าเมืองใหญ่ เป็นจุดเปิดทริปที่ “ได้ภาพ” และ “ได้บรรยากาศ” ในเวลาเดียว ช้อปปิ้งชินไซบาชิ – ถนนช้อปที่เดินเพลินที่สุดของโอซาก้า เหมาะกับสายช้อป/ของฝาก/แบรนด์ญี่ปุ่น เดินสะดวก มีร้านยา ของกิน และโซนของฝากครบ จบได้ในย่านเดียว วัดคิโยมิสึ (Kiyomizu-dera) – เกียวโตโซนมรดกโลก “วิวเมือง+สถาปัตย์คลาสสิก” จุดเด่นคืออาคารไม้ขนาดใหญ่และมุมชมวิวเมืองเกียวโต ถ่ายออกมาได้ฟีล “ญี่ปุ่นแท้” แบบที่คนเห็นแล้วรู้ทันทีว่าอยู่เกียวโต ถนนกาน้ำชา (ซันเนนซากะ/ซันเนนซากะ) – เดินช้า ๆ ให้ได้อารมณ์เกียวโต บ้านไม้ ร้านของฝาก และสตรีทโฟโต้ที่สวยมาก โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือใกล้เย็น คนไม่แน่นและแสงนุ่ม วัดโทไดจิ + สวนสาธารณะนารา – พระใหญ่/วัดยักษ์ + กวางนารา โทไดจิคือวัดสเกลใหญ่ที่ให้ความอลังการ ส่วน “นารา” คือเมืองที่เดินเล่นสนุกเพราะกวางอยู่ใกล้มาก (ควรให้อาหารเฉพาะแครกเกอร์ที่จัดไว้เท่านั้น) จุดชมวิวอามาโนะฮาชิดาเตะ (Amanohashidate) – 1 ใน 3 วิวระดับตำนานของญี่ปุ่น วิว “สันทรายพาดทะเล” ที่ดูเหมือนสะพานสู่สวรรค์ เป็นไฮไลต์ที่ทำให้ทริปนี้เหนือกว่าทัวร์คันไซทั่วไป เพราะได้มุมทะเลญี่ปุ่นที่คนไทยไปน้อย ย่านอิเนะโนะฟุนายะ (Ine Funaya) – หมู่บ้านชาวประมงบ้านเรือริมอ่าว จุดเด่นคือบ้านเรือเรียงชิดน้ำ ฟีลสงบ เรียบ แต่ “สวยมาก” เหมาะกับสายถ่ายรูป/สายชิล และคนที่อยากเห็นญี่ปุ่นอีกแบบที่ไม่ใช่เมืองใหญ่ ออนเซ็น   การแช่ออนเซ็นคือ “จุดคุ้ม” ของทริป 5 วัน เพราะเดินเยอะหลายเมือง แช่แล้วหลับสบาย ตื่นมาพร้อมเที่ยวต่อแบบเต็มพลัง FAQ    ช่วง มิ.ย.–ก.ย. อากาศคันไซเป็นอย่างไร? โดยรวมอุ่นถึงร้อนชื้น มิ.ย.มีโอกาสเจอฝนมาก (หน้าฝนญี่ปุ่น) ส่วน ส.ค.–ก.ย.ร้อนและอาจมีฝนเป็นช่วง ๆ/พายุเข้าเป็นบางปี สถิติอากาศทั้งปี (ภาพรวมเมืองหลัก) โอซาก้าเฉลี่ยทั้งปีราว 15.8°C และฝนรวมราว 1,475 มม./ปี | เกียวโตเฉลี่ยราว 14.1°C ฝนรวมราว 1,677 มม./ปี | นาราเฉลี่ยราว 14.4°C ฝนรวมราว 1,356 มม./ปี เมืองริมทะเลอย่างอิเนะ/มียาสึ ฝนมากไหม? โซนชายฝั่งอาจมีฝนรวมทั้งปีสูงกว่าในเมือง เช่น Ine มีฝนรวมราว 1,912 มม./ปี จึงควรเตรียมเสื้อกันฝนบาง/ร่มพับ ควรแต่งกายอย่างไรให้เหมาะ (มิ.ย.–ก.ย.) เสื้อระบายอากาศดี + รองเท้าผ้าใบเดินสบาย, พกร่มพับ/เสื้อกันฝน, และมีเสื้อคลุมบางเผื่อห้องแอร์/ลมริมทะเล อาหารท้องถิ่นที่ควรลองในโอซาก้า ทาโกะยากิ, โอโคโนมิยากิ, คุชิคัตสึ และของหวานแนวคาเฟ่ อาหารแนะนำในเกียวโต เมนูเต้าหู้/ยูบะ, ไคเซกิ/ชุดอาหารแบบเกียวโต, มัทฉะ (ชาเขียว) และขนมญี่ปุ่นดั้งเดิม อาหารแนะนำในนารา ของกินโซนเมืองเก่า/ใกล้วัด เช่น โมจิสด, เซนเบ้ และอาหารญี่ปุ่นชุดเล็ก ๆ สำหรับวันเดินเที่ยว ของฝากยอดนิยม (ช้อปชินไซบาชิ + เกียวโต) ขนมญี่ปุ่นแพ็กกล่อง, ชา/มัทฉะ, เครื่องสำอาง-ยา, ของใช้ญี่ปุ่น และของฝากงานคราฟต์จากย่านเกียวโตเก่า สิ่งที่ไม่ควรพลาดของเส้นทางนี้คืออะไร? คิโยมิสึ+ถนนกาน้ำชา, วัดโทไดจิ+กวางนารา, วิวอามาโนะฮาชิดาเตะ และหมู่บ้านอิเนะฟุนายะ (เป็น “คันไซอีกด้าน” ที่หาดูยาก) ข้อควรระวังตามแหล่งท่องเที่ยว (วัด/ศาสนสถาน) แต่งกายสุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง เคารพพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และระวังพื้นต่างระดับ/บันไดในโซนเมืองเก่า ข้อควรระวังเรื่องกวางนารา ให้เฉพาะแครกเกอร์ที่กำหนด ระวังการรุมเข้าหา เก็บถุง/กระดาษให้เรียบร้อย และไม่ลูบหัวแรง ๆ การสื่อสาร/อินเทอร์เน็ตควรเตรียมอะไร? แนะนำ eSIM ญี่ปุ่นหรือ Pocket Wi-Fi (ถ้าไปหลายคนคุ้มกว่า) และโหลดแผนที่ออฟไลน์/แอปแปลภาษาไว้ก่อนเดินทาง

โฮจิมินห์–มุยเน่–ดาลัด–ญาจาง

โฮจิมินห์–มุยเน่–ดาลัด–ญาจาง

22

โฮจิมินห์–มุยเน่–ดาลัด–ญาจาง Tan Son Nhat – The Cafe Apartment – White Sand Dunes – Datanla Alpine Coaster – Hydrangea Field – Vinpearl Cable Car – VinWonders/Vinpearl Land – City Tour โฮจิมินห์ทริปนี้คือ “เวียดนามใต้แบบครบอารมณ์” เริ่มจากเมืองใหญ่โฮจิมินห์ที่มีสถาปัตยกรรมและคาเฟ่คัลเจอร์เด่น ๆ แล้วพุ่งไปมุยเน่เพื่อสัมผัสทะเลทรายขาว ก่อนขึ้นสู่ดาลัดเมืองหนาวบนที่สูงที่มีโรลเลอร์โคสเตอร์กลางป่า น้ำตก และทุ่งไฮเดรนเยีย จากนั้นปิดท้ายญาจางด้วยกระเช้าลอยฟ้าข้ามทะเลไปเกาะวินเพิร์ลแลนด์/สวนสนุก และกลับมาจบด้วยแลนด์มาร์กคลาสสิกในโฮจิมินห์ https://www.scholiday.co.th/tour/ap21581Highlight  1) โฮจิมินห์: The Cafe Apartment จุดถ่ายรูปสายคาเฟ่ที่ “เป็นวัฒนธรรมเมือง”อาคารอพาร์ตเมนต์เก่าที่ถูกรีโนเวตเป็นคาเฟ่/ร้านเล็ก ๆ หลายชั้น กลายเป็นจุดเช็คอินที่ถ่ายได้ทั้ง “มุมตึกเต็มเฟรม” และ “ไลฟ์สไตล์คาเฟ่” เหมาะกับการเริ่มทริปให้ได้โทนภาพเมืองทันสมัย2) มุยเน่: ทะเลทรายขาว White Sand Dunes ซีน “เหมือนหลุดไปอีกประเทศ”ไฮไลต์ของมุยเน่คือเนินทรายสีอ่อนกว้างมาก ถ่ายภาพพาโนรามาสวยสุดช่วงเช้าตรู่หรือบ่ายแก่ ๆ (แสงไม่แข็ง) และถ้าอยากได้ภาพคอนทราสต์จัด ๆ ให้เก็บมุมเนินทรายโค้งเป็นเส้นนำสายตา3) ดาลัด: โรลเลอร์โคสเตอร์กลางป่า + น้ำตกดาตันลา (Datanla) “สนุกแบบไม่หนัก”กิจกรรมที่ทำให้ดาลัดไม่ใช่แค่เมืองถ่ายรูปคือ Alpine Coaster วิ่งผ่านป่าสนลงไปโซนน้ำตก เป็นความสนุกที่คุมสปีดได้ เหมาะกับทั้งครอบครัวและสายคอนเทนต์ (ได้ทั้งภาพกิจกรรมและภาพธรรมชาติ)4) ดาลัด: ทุ่งไฮเดรนเยีย + ทะเลสาบซวนเฮือง + ไนท์มาร์เก็ต “เมืองโรแมนติกที่เดินเพลิน”ทุ่งไฮเดรนเยียให้ภาพหวาน ๆ แบบดาลัดแท้ ส่วนทะเลสาบซวนเฮืองและโซนจัตุรัส/ไนท์มาร์เก็ตคือช่วงเวลาพักขา—เดินเล่น ช้อปของกิน และเก็บภาพบรรยากาศเมืองบนที่สูง (วิกิพีเดีย)5) ญาจาง: กระเช้าลอยฟ้าข้ามทะเลไปวินเพิร์ลแลนด์ “วิวทะเลระดับโปสการ์ด”การนั่งกระเช้าข้ามทะเลเป็นซิกเนเจอร์ของญาจาง เพราะได้ภาพทะเลเปิด + แนวเมืองริมอ่าวในเฟรมเดียว เหมาะมากกับคนที่อยากได้ภาพ “เวียดนามทะเลใต้” แบบชัด ๆ6) เกาะวินเพิร์ลแลนด์ / VinWonders: วันสนุกเต็มรูปแบบวันสวนสนุกเป็นจังหวะที่ทำให้ทริปบาลานซ์ ระหว่างธรรมชาติ/เมือง/กิจกรรม เหมาะกับครอบครัวและกลุ่มเพื่อน โดยเฉพาะคนที่อยาก “เที่ยวให้คุ้มในวันเดียว”7) โฮจิมินห์ (วันกลับ): แลนด์มาร์กคลาสสิก “ถ่ายรูปสวยและเดินง่าย”อนุสาวรีย์โฮจิมินห์–ไปรษณีย์กลาง–โบสถ์นอร์ทเธอดาม เป็นเส้นเดินที่ชัดและเหมาะปิดทริป ได้ทั้งสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสและภาพเมืองแบบคลาสสิกFAQ  1) อาหารท้องถิ่นโฮจิมินห์ควรกินอะไร?แนะนำโฟกัสเมนู “กินง่ายและเป็นภาพจำ” เช่น เฝอ, บั๋นหมี่, กาแฟเวียดนาม/กาแฟมะพร้าว และอาหารเวียดนามใต้รสออกหวานนุ่ม เหมาะกับลูกค้าทุกวัย2) อาหารท้องถิ่นมุยเน่–ญาจางเด่นอะไร?เมืองทะเลเด่นซีฟู้ดสด ๆ และเมนูเส้น/ปิ้งย่างตามร้านท้องถิ่น แนะนำเลือกร้านมาตรฐานที่สะอาด และสั่งแบบ “ทำสุก” เพื่อเซฟท้องสำหรับวันเดินทาง3) ของฝากแนะนำจากเส้นทางนี้?โฮจิมินห์เหมาะกับกาแฟ/ขนม/ของจุกจิกคาเฟ่, ดาลัดเด่นของแห้ง/ชา/งานแฮนด์เมด และญาจางเด่นของฝากทะเล/ขนมแพ็กสำเร็จ (เลือกแบบน้ำหนักเบา ห่อกลับง่าย)4) ข้อควรระวังเรื่องการเดินทางเมืองใหญ่ (โฮจิมินห์)ควรระวังกระเป๋า/ของมีค่าในจุดคนเยอะและข้ามถนนให้ช้า-ชัด (รถจักรยานยนต์เยอะ) เลือกจุดถ่ายรูปที่ไม่กีดขวางทางเดิน5) ข้อควรระวังที่ White Sand Dunes (มุยเน่)แดดแรงและทรายสะท้อนแสงมาก แนะนำกันแดด/แว่นกันแดด/ผ้าปิดหน้า และควรไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่เพื่อภาพสวยและไม่ร้อนเกินไป6) ข้อควรระวังที่ Datanla Alpine Coaster (ดาลัด)ควรทำตามกติกาความปลอดภัย คุมความเร็วให้เหมาะกับสภาพทาง และคนที่มีอาการเวียนหัวง่ายควรนั่งแบบไม่เร่งสปีดมาก7) ข้อควรระวังที่กระเช้าข้ามทะเลญาจางถ้ากลัวความสูงให้เตรียมใจและนั่งชมวิวแบบไม่กดดัน ระวังลมแรงบางช่วง และจัดกระเป๋าให้มือว่างขึ้น-ลงสถานี8) สถิติอากาศทั้งปี: โฮจิมินห์โดยรวมเป็นอย่างไร?โฮจิมินห์อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 27.0°C และฝนรวมทั้งปีราว 1,909 มม. มีฤดูฝนเด่นกว่าช่วงอื่น (en.climate-data.org)9) สถิติอากาศทั้งปี: มุยเน่โดยรวมเป็นอย่างไร?มุยเน่อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 26.5°C และฝนรวมทั้งปีราว 954 มม. โดยรวมแห้งกว่าหลายเมืองในเวียดนาม เหมาะกับกิจกรรมทะเลทราย (en.climate-data.org)10) สถิติอากาศทั้งปี: ดาลัดโดยรวมเป็นอย่างไร?ดาลัดอากาศเย็นกว่าชัด อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีราว 20.3°C และฝนรวมทั้งปีราว 2,161 มม. จึงควรพกร่ม/เสื้อกันฝนบางไว้เสมอ (en.climate-data.org)11) สถิติอากาศทั้งปี: ญาจางโดยรวมเป็นอย่างไร?ญาจางอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีราว 26.5°C และฝนรวมทั้งปีราว 1,768 มม. โดยเดือนฝนมากมักอยู่ช่วงปลายปี (เช่น พ.ย.) (en.climate-data.org)12) การแต่งกายแนะนำสำหรับทริปนี้ (เมือง+ทะเลทราย+เมืองหนาว)แนะนำ “แต่งแบบเลเยอร์”โฮจิมินห์/ญาจาง: เสื้อระบายอากาศ + รองเท้าสบายมุยเน่: เสื้อแขนยาวบางกันแดด + หมวก/แว่นดาลัด: เสื้อคลุมบางถึงกลาง + กางเกงขายาวสบาย เพราะอากาศเย็นกว่า (en.climate-data.org)ช่องทางติดต่อ  SC Holiday | ใบอนุญาต 11/11210โทร: 092-283-9997 | 081-870-6343เว็บไซต์: www.scholiday.co.thLine OA: @zjw1568v

ออร์ดอส 5 วัน 4 คืน: แกรนด์แคนยอนแม่น้ำเหลือง–ทุ่งหญ้ามองโกล–ทะเลทรายเสี่ยงซาวาน–คังปาสือ

ออร์ดอส 5 วัน 4 คืน: แกรนด์แคนยอนแม่น้ำเหลือง–ทุ่งหญ้ามองโกล–ทะเลทรายเสี่ยงซาวาน–คังปาสือ

17

ออร์ดอส 5 วัน 4 คืน: แกรนด์แคนยอนแม่น้ำเหลือง–ทุ่งหญ้ามองโกล–ทะเลทรายเสี่ยงซาวาน–คังปาสือ (บินสุวรรณภูมิ)  ทริป “ออร์ดอส (Ordos)” คือเส้นทางที่ได้ครบ 3 โลกในครั้งเดียว—แคนยอนแม่น้ำเหลืองที่ยิ่งใหญ่, ทุ่งหญ้ามองโกลพร้อมพิธีต้อนรับ/ชุดมองโกล/กองไฟ และ ทะเลทรายเสี่ยงซาวาน (Xiangshawan) ที่มีทั้งกระเช้าและขี่อูฐชมเนินทราย ก่อนปิดท้ายเมืองใหม่ คังปาสือ (Kangbashi) เดินถนนคนเดินและชม น้ำพุดนตรียามค่ำ  https://www.scholiday.co.th/tour/ap23363Highlight  1) แกรนด์แคนยอนแม่น้ำเหลือง: มุมมอง “โค้งน้ำยักษ์” ที่ทำให้เห็นพลังธรรมชาติชัดที่สุดไฮไลต์ Day 2 คือ แกรนด์แคนยอนแม่น้ำเหลือง (Jungar/Ordos section) ภาพจำจะเป็นแม่น้ำสีทองไหลเลาะหน้าผาหินและสันเขาโล่ง ๆ แบบมองโกเลียใน จุดนี้เหมาะมากกับการถ่ายภาพมุมกว้างและภาพพาโนรามา เพราะ “สเกล” ใหญ่จนภาพนิ่งยังรู้สึกได้ถึงความอลังการ2) ทุ่งหญ้าออร์ดอส + พิธีต้อนรับแขกสไตล์มองโกล: ประสบการณ์วัฒนธรรมที่ได้ “อินจริง”Day 3 คือหัวใจสายวัฒนธรรม—ตั้งแต่ พิธีต้อนรับแบบมองโกล, การ สวมชุดมองโกล, ไปจนถึงบรรยากาศบนทุ่งหญ้าที่ฟ้าเปิดไกลสุดสายตา ช่วงนี้ถ่ายรูปสวยมาก โดยเฉพาะกิจกรรมกลางแจ้งและภาพ “ผู้คนกับผืนหญ้า” ที่ให้ฟีลเอเชียกลางแบบนุ่มนวล3) (Option) เทศกาลนาดัม: ความสนุกแบบงานประจำถิ่น “แข่งกีฬา–การแสดง–สีสันชนเผ่า”ถ้าตรงฤดูกาล งาน Naadam คืออีเวนต์ที่ทำให้ทุ่งหญ้ามีชีวิต—ทั้งการแสดง/การแข่งขันแบบมองโกลและบรรยากาศงานเทศกาลกลางแจ้ง ช่วงหน้าร้อนมักคึกคักและสอดคล้องกับฤดูทุ่งหญ้าสวยที่สุด (ก.ค.–ก.ย.)4) เสี่ยงซาวาน (Xiangshawan): ทะเลทรายที่ “ขึ้นง่าย–เล่นได้–ถ่ายรูปได้จริง”Day 4 คือเส้นทางทะเลทรายแบบคุ้ม—รวมกระเช้าขึ้นโซนเนินทราย แล้วต่อด้วย ขี่อูฐชมทะเลทราย ภาพที่ได้จะเป็นเส้นอูฐเรียงตัวบนเนินสีทอง (แนะนำช่วงเช้า/บ่ายแก่ แสงสวยและไม่ร้อนจัด)จุดขายของเสี่ยงซาวานคือความเป็นทะเลทรายที่ “จัดการนักท่องเที่ยวได้ดี” เหมาะกับทั้งครอบครัวและคนที่อยากลองทะเลทรายแบบไม่โหดเกินไป5) คังปาสือ (Kangbashi): เมืองใหม่ที่มีสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ + น้ำพุดนตรีกลางคืนDay 5 ปิดท้ายด้วย Kangbashi เมืองใหม่ของออร์ดอสที่ถ่ายรูปสวยตอนค่ำ—แนะนำจุด น้ำพุดนตรี (ถ้ามีการแสดงตามวัน/เวลา) และบรรยากาศเมืองทันสมัยก่อนกลับFAQ 1) อาหารท้องถิ่นที่ควรลองในออร์ดอส/มองโกเลียในมีอะไรบ้าง?เมนูเด่นคือ เนื้อแกะหลายแบบ เช่น Roast whole lamb, Hand-torn mutton (手扒肉) รวมถึง ชานมเค็มสไตล์มองโกล และผลิตภัณฑ์นมท้องถิ่นบนทุ่งหญ้า  2) ของฝากท้องถิ่นแนะนำซื้ออะไรดี?ของฝากที่เข้ากับเส้นทางนี้คือ ผลิตภัณฑ์ขนสัตว์/งานฝีมือมองโกล, ของที่ระลึกแนววัฒนธรรมชนเผ่า และของกินแห้งจากโซนเมือง (ซื้อจบในถนนคนเดินคังปาสือได้สะดวก)3) “ร้านขนอูฐ/ร้านเครื่องเงิน” ควรเลือกซื้อแบบไหนให้คุ้ม?ให้ดู 3 อย่าง: แหล่งผลิต/ฉลาก, ความแท้ของวัสดุ (โดยเฉพาะเครื่องเงิน), และ เงื่อนไขรับประกัน/คืนสินค้า ถ้าซื้อเป็นของฝาก แนะนำเลือกชิ้นเล็กน้ำหนักเบา ห่อแพ็กง่าย4) ข้อควรระวังหลักของทริปนี้คืออะไร?สิ่งที่เจอบ่อยคือ แดดแรง–ลมแรง–อากาศแห้ง และความต่างอุณหภูมิกลางวัน/กลางคืน โดยเฉพาะโซนทะเลทรายและทุ่งหญ้า  5) สถิติอากาศทั้งปีของออร์ดอสโดยรวมเป็นอย่างไร?ออร์ดอสมีอากาศแบบทวีปกึ่งแห้งแล้ง ฤดูหนาวหนาวและแห้ง ฤดูร้อนอุ่นกว่าและมีฝนมากขึ้น ค่าเฉลี่ยทั้งปี (หนึ่งแหล่งข้อมูล) ระบุอุณหภูมิเฉลี่ยราว 7.9°C และปริมาณฝนรวมประมาณ 439 มม./ปี  6) ฤดูไหนเหมาะสุดสำหรับ “ทุ่งหญ้า + นาดัม”?โดยทั่วไป ก.ค.–ก.ย. คือช่วงทุ่งหญ้าเขียวสวยและอากาศสบาย และมักเป็นช่วงที่มีเทศกาล/กิจกรรมทุ่งหญ้า  7) ฤดูไหนเหมาะสุดสำหรับ “ทะเลทรายเสี่ยงซาวาน”?คำแนะนำทั่วไปสำหรับเสี่ยงซาวานคือ พ.ค.–ต.ค. ช่วงอากาศอุ่นและโอกาสพายุทรายน้อยกว่า พร้อมย้ำเรื่อง UV แรง ต้องกันแดดและดื่มน้ำให้พอ  8) การแต่งกายควรเตรียมอย่างไร?แนะนำ “ชุดกันแดดแบบระบายอากาศ + กันลม” ได้แก่ เสื้อแขนยาวบาง, กางเกงขายาว, หมวกปีกกว้าง, แว่นกันแดด และรองเท้าผ้าใบ/รองเท้าหุ้มส้น สำหรับกลางคืนควรมีเสื้อคลุม เพราะอุณหภูมิอาจลดลงเร็วในพื้นที่แห้ง 9) ข้อควรระวังที่แกรนด์แคนยอนแม่น้ำเหลืองพื้นทางเดิน/จุดชมวิวบางช่วงมีลมแรงและขอบหน้าผา ควรเดินช้า ๆ ไม่ยืนชิดขอบ และดูแลเด็ก/ผู้สูงอายุใกล้ชิด (จุดนี้เน้นถ่ายมุมกว้าง ปลอดภัยสุดเมื่ออยู่ในโซนรั้ว/แท่นชมวิว)10) ข้อควรระวังที่ทุ่งหญ้า (กิจกรรมม้า/กองไฟ)ถ้าร่วมกิจกรรมม้า ให้ใส่รองเท้าหุ้มส้นและทำตามคำแนะนำเจ้าหน้าที่ ส่วนกองไฟให้ระวังสะเก็ดไฟ เสื้อผ้าไวไฟ และรักษาระยะห่างตามพื้นที่จัดงาน11) ข้อควรระวังที่เสี่ยงซาวาน (กระเช้า/ขี่อูฐ/ทรายร้อน)กระเช้า: ปฏิบัติตามข้อกำหนดความปลอดภัยขี่อูฐ: ขึ้น-ลงช้า ๆ จับราว/อานให้มั่น ระวังเด็กเล็กทะเลทราย: UV แรงและแห้ง ต้องทาครีมกันแดด ดื่มน้ำ และกันทรายเข้าตา/กล้อง 12) ถ้าจะเลือก “Option เสริม” ควรเลือกอะไรให้เหมาะกับลูกค้า?สายวัฒนธรรม/ครอบครัว: เลือก กิจกรรมทุ่งหญ้า–ชุดมองโกล–กองไฟสายภาพ/ประสบการณ์: เลือก ทะเลทราย + ขี่อูฐ + จุดชมวิวถ้าตรงฤดูกาล: Naadam จะเพิ่มคุณค่าทริปแบบ “ได้เห็นงานท้องถิ่นจริง”  ช่องทางติดต่อ  SC Holiday | ใบอนุญาต 11/11210โทร: 092-283-9997 | 081-870-6343เว็บไซต์: www.scholiday.co.thLine OA: @zjw1568v 

จางเจียเจี้ย–เอินซือ–ฟูหรงเจิ้น

จางเจียเจี้ย–เอินซือ–ฟูหรงเจิ้น

37

“จางเจียเจี้ย–เอินซือ–ฟูหรงเจิ้น” 6 วัน 5 คืน (บินดอนเมือง)เส้นทางนี้เด่นที่ “ธรรมชาติระดับมหัศจรรย์ + เมืองโบราณกลางน้ำตก + จุดท้าความสูง” ครบในทริปเดียว ตั้งแต่ตึกมหัศจรรย์ 72 ชั้นยามค่ำ, สะพานลอยน้ำซื่อจือกวน, ล่องเรือผิงซานแคนยอนน้ำใสเหมือนลอยกลางอากาศ, เมืองโบราณฟูหรงเจิ้นที่แขวนอยู่กับสายน้ำตก และปิดท้ายด้วยเทียนเหมินซาน–ถ้ำประตูสวรรค์–ทางเดินกระจก พร้อมอุทยานเทียนจื่อซาน (ภูเขาฮัลเลลูย่าห์)   https://www.scholiday.co.th/tour/ap23544Highlights  1) “ตึกมหัศจรรย์ 72 ชั้น” จุดถ่ายรูปยามค่ำที่ทำให้จางเจียเจี้ยดูเหมือนฉากหนังไฮไลต์เปิดทริปคือ 72 Qilou/72 Strange Buildings—สถาปัตยกรรมสไตล์บ้านยกพื้นชนเผ่าถูเจียที่ยิ่งเปิดไฟยามค่ำยิ่งอลังการ เหมาะมากสำหรับคนชอบภาพกลางคืนและบรรยากาศเมืองท่องเที่ยวที่มีสีสัน.  2) เอินซือ “ซื่อจือกวน” กับสะพานลอยน้ำ—ประสบการณ์เดิน/นั่งรถบนสะพานที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำจริงจุดนี้เป็นซีนที่ถ่ายแล้ว “ว้าว” ทันที เพราะสะพานเป็นแนวโค้งลอยบนผิวน้ำ และมีการจัดการด้วยรถแบตเตอรี่ในพื้นที่ตามโปรแกรม ทำให้เที่ยวได้สะดวกและเซฟแรงสำหรับผู้สูงอายุ/เด็ก.3) ผิงซานแกรนด์แคนยอน—ล่องเรือในหุบเขาน้ำสีมรกต “ใสจนเหมือนเรือลอย”กิจกรรมไฮไลต์ของทั้งเส้นทางคือการล่องเรือในผิงซานแคนยอน ผนังหุบเขาสูงชัน แสงตกกระทบผิวน้ำทำให้น้ำดูใสผิดจริง เป็นจุดที่ควรไป “วันที่แดดดี” เพื่อให้น้ำใสและภาพสวยที่สุด.4) ฟูหรงเจิ้น (Furong Ancient Town)—เมืองโบราณที่แขวนอยู่กับสายน้ำตกเสน่ห์ฟูหรงเจิ้นคือการเดินเมืองโบราณบนหน้าผา แล้วมองลงไปเห็นสายน้ำตกกลางเมือง โดยเฉพาะช่วงกลางคืนไฟเปิด จะได้ภาพเมืองโบราณ+น้ำตกแบบ “แฟนตาซี” และเดินเล่นถนนคนเดิน Wuli Slate Street ตามโปรแกรม.5) เทียนเหมินซาน—ถ้ำประตูสวรรค์ + ทางเดินกระจก จุดท้าความสูงที่เป็นซิกเนเจอร์จางเจียเจี้ยเทียนเหมินซานเป็นไฮไลต์สายวิวและสายแอดเวนเจอร์ ทั้งถ้ำประตูสวรรค์และทางเดินกระจกเลียบหน้าผา เหมาะกับคนชอบมุมสูงและภาพวิวเปิด (แต่คนกลัวความสูงควรเตรียมใจ).6) เทียนจื่อซาน & “ภูเขาฮัลเลลูย่าห์”—โลกของเสาหินทรายที่ทำให้จางเจียเจี้ยดังระดับโลกช่วงอุทยานคือ “ที่สุดของธรรมชาติ” เสาหินทรายตั้งตระหง่านเป็นชั้น ๆ มองไกลเหมือนเมืองลอยฟ้า เป็นช่วงที่ภาพสวยทั้งเช้าและบ่าย โดยเฉพาะวันที่มีหมอกบาง ๆ (อารมณ์จีนกำลังดี).7) สะพานอันดับหนึ่งใต้ฟ้า + ลำธารแส้ม้าทอง—เดินชมธรรมชาติแบบสบายตาไฮไลต์ช่วงท้ายทริปคือการเก็บจุดคลาสสิกในอุทยาน ทั้งสะพานธรรมชาติและลำธารที่เดินเพลิน เหมาะกับคนที่อยากได้ “วันเดินสบาย ๆ” ปิดด้วยธรรมชาติ ก่อนกลับเมือง.FAQ  1) อาหารท้องถิ่นที่ควรลองในจางเจียเจี้ยมีอะไรบ้าง?แนะนำเมนูดังสไตล์ถูเจีย/หูหนาน เช่น “Three in One Pot (Sanxiaguo)”, “Tujia steamed pork”, และเมนูปลา/หม้อไฟท้องถิ่น รสชาติจะออกเค็มเผ็ดหอมเครื่องเทศ.  2) ของฝากแนะนำจากจางเจียเจี้ยซื้ออะไรดี?ของฝากเด่นคือ “งานแฮนด์เมดชนเผ่า” เช่น Tujia stickup picture และ Tujia brocade รวมถึงของท้องถิ่นแนวชา/ผลิตภัณฑ์พื้นเมือง.  3) ทริปนี้ควรไปช่วงเดือนไหนภาพสวยและเดินสบาย?โดยภาพรวม จางเจียเจี้ยมักเหมาะช่วง เม.ย.–ต.ค. แต่ต้องระวังฤดูฝนที่ฝนค่อนข้างชุกในช่วง เม.ย.–ส.ค. โดยเฉพาะ พ.ค.–ก.ค.  4) สถิติอากาศทั้งปีของ “จางเจียเจี้ย” เป็นอย่างไร?อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีราว 15.7°C และปริมาณฝนรวมต่อปีประมาณ 1,923 มม. (ฝนตกทั้งปี แต่หนักช่วงหน้าฝน).  5) สถิติอากาศทั้งปีของ “เอินซือ” เป็นอย่างไร?เอินซืออุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีราว 15.2°C และฝนรวมต่อปีประมาณ 1,761 มม. โดยหน้าร้อนร้อนชื้น หน้าหนาวเย็นกว่าและมีฤดูเย็นชัดเจน.  6) การแต่งกายแนะนำสำหรับทริปนี้ (เดินอุทยาน+ขึ้นเขา)แนะนำเสื้อแบบ “ซ้อนชั้น” (กันลม/กันฝนพกติด) กางเกงเดินสบาย และรองเท้าเดินป่าหรือผ้าใบพื้นเกาะดี เพราะมีทั้งทางชัน ทางเปียก และทางกระจก. (ช่วงฝนให้เพิ่มเสื้อกันฝนแบบบาง + ซองกันน้ำมือถือ)7) ข้อควรระวังทั่วไปเรื่องความปลอดภัยในการเดินอุทยานพื้นลื่นเป็นความเสี่ยงอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะหลังฝนตก/หมอกลง ควรเดินช้า ๆ จับราว และหลีกเลี่ยงยืนชิดขอบทางในจุดชมวิว8) ข้อควรระวัง “เทียนเหมินซาน–ทางเดินกระจก”คนกลัวความสูง/เวียนหัวควรแจ้งไกด์ล่วงหน้า และควรใส่รองเท้าที่พื้นเกาะดี ไม่ใส่ส้นสูง เพราะพื้นกระจกอาจลื่นได้เมื่อมีความชื้น.9) ข้อควรระวัง “ผิงซานแกรนด์แคนยอน–ล่องเรือ”ควรเลือกวันที่อากาศดีเพื่อให้น้ำใสและถ่ายรูปสวยสุด และระวังพื้นท่าเรือ/ทางลงในหุบเขาซึ่งอาจลื่น โดยเฉพาะช่วงคนแน่น.10) ข้อควรระวัง “ซื่อจือกวน–สะพานลอยน้ำ”สะพานลอยน้ำอาจมีแรงสั่น/โยกเล็กน้อยตามการใช้งาน ควรจับราว ไม่วิ่ง และดูแลเด็กเล็กใกล้ชิด โดยเฉพาะตอนขึ้น-ลงรถแบตเตอรี่.11) ข้อควรระวัง “ฟูหรงเจิ้น–ทางเดินน้ำตก/ถนนหิน”พื้นหินและทางเดินใกล้น้ำตกชื้นมาก ควรระวังลื่น และเตรียมเสื้อกันละอองน้ำ/กันหนาวบาง ๆ สำหรับช่วงกลางคืนที่อากาศลดลง.12) ออฟชั่นเสริมควรเลือกอะไรให้เหมาะกับสไตล์ลูกค้า?ถ้าชอบ “บรรยากาศ” เลือกล่องเรือมังกร (คืนเมืองโบราณ) แต่ถ้าชอบ “การแสดง” เลือกโชว์จิ้งจอกขาว/เหม่ยลี่เซียงซี (เหมาะกับครอบครัวและผู้สูงอายุเพราะนั่งชมสบาย) ช่องทางติดต่อ SC Holiday | ใบอนุญาต 11/11210โทร: 092-283-9997 | 081-870-6343เว็บไซต์: www.scholiday.co.thLine OA: @zjw1568v 

บาหลี น่าเที่ยว

บาหลี น่าเที่ยว

25

บทความแนะนำเที่ยวบาหลี “ไฮไลต์ครบเกาะ” 4 วัน 3 คืน  Uluwatu – GWK – Jimbaran – Taman Ayun – Bratan – Tanah Lot – Besakih – Kintamani – Tirta Empul – Tegalalanghttps://www.scholiday.co.th/tour/ap22679 บาหลีเป็นเกาะที่ “ครบเครื่อง” ในทริปสั้น ๆ ได้ทั้งวัดริมผา วิวทะเลช่วงพระอาทิตย์ตก แลนด์มาร์กขนาดยักษ์ เมือง/หมู่บ้านงานฝีมือ ธรรมชาติภูเขาไฟ–ทะเลสาบ และนาขั้นบันไดสีเขียวแบบภาพจำของอินโดนีเซีย เหมาะมากกับลูกค้าที่ต้องการเที่ยวคุ้ม ถ่ายรูปสวย และมีเรื่องเล่าทางวัฒนธรรมในทุกวันHighlight Topics  1) Uluwatu: วัดริมผาที่ “เห็นทะเลทั้งผืน” และลมแรงสะใจ เสน่ห์ของ Uluwatu คือโลเคชันบนหน้าผาสูงเหนือคลื่นทะเลประมาณ 70 เมตร ทำให้ภาพที่ได้จะเป็นมุมทะเลกว้าง ๆ กับสถาปัตยกรรมแบบบาหลีที่ดูขลังและคลาสสิกมาก จุดนี้เหมาะกับการมาเก็บภาพช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะแสงนุ่มและวิวทะเลเด่นสุด  2) GWK Cultural Park: แลนด์มาร์ก “ยักษ์จริง” ของบาหลี Garuda Wisnu Kencana (GWK) คือจุดที่ทำให้ทริปมีความ “อลังการ” แบบจำได้ทันที เพราะรูปปั้น GWK มีความสูงรวมประมาณ 121 เมตร เป็นสเกลที่เห็นแล้วรู้สึกว่า “มาถึงบาหลีแล้ว” เหมาะกับสายถ่ายรูปมุมกว้าง และลูกค้าที่ชอบแลนด์มาร์กเด่น ๆ  3) Jimbaran: ดินเนอร์ซีฟู้ดริมทะเลที่บรรยากาศพาโรแมนติกเอง จิมบารันเป็น “ช่วงเวลา” มากกว่าสถานที่—นั่งกินซีฟู้ดริมชายหาด ได้ลมทะเลและโทนแสงยามเย็น เหมาะกับคู่รัก ครอบครัว หรือกรุ๊ปที่อยากให้มี 1 มื้อที่เป็นไฮไลต์ความทรงจำของทริป (ถ้าไปวันฟ้าเปิด แนะนำล็อกช่วงใกล้พระอาทิตย์ตก)4) Bratan (Ulun Danu Beratan): วัดกลางบรรยากาศ “ภูเขา–ทะเลสาบ” อากาศเย็นสบาย โซน Bedugul/Bratan คือมู้ดคนละแบบจากทะเล—อุณหภูมิเย็นกว่าและชื้นนิด ๆ เหมาะกับรูปที่ดูละมุน วัด Ulun Danu ตั้งอยู่บนทะเลสาบ Bratan ในเขตที่สูงประมาณ 1,500 เมตร ทำให้บรรยากาศสดชื่นกว่าชายฝั่งชัดเจน  5) Tanah Lot: ซีนพระอาทิตย์ตกที่เป็น “ภาพโปสต์การ์ด” ของบาหลี Tanah Lot เด่นเรื่องมุมมองวัดบนโขดหินริมทะเล—ช่วงเย็นจะได้โทนสีทอง/ส้ม และคลื่นซัดเป็นพื้นหลังแบบธรรมชาติสร้างฉากให้เอง จุดนี้ควรเผื่อเวลาถ่ายภาพและเดินเล่น เพราะคนค่อนข้างเยอะช่วงใกล้ sunset6) Besakih + Kintamani: เส้นทาง “สายภูเขาไฟ” ที่ได้วิวแบบยิ่งใหญ่ Besakih (Mother Temple) เติมมิติความศรัทธา ส่วนคินตามณีคือไฮไลต์ธรรมชาติ—วิวภูเขาไฟบาตูร์และทะเลสาบบาตูร์ให้ความรู้สึก “บาหลีอีกด้าน” ที่ไม่ใช่แค่ทะเล เหมาะกับลูกค้าที่อยากเห็นภูมิประเทศของเกาะแบบชัด ๆ7) Tirta Empul: พิธีชำระล้างในวัดน้ำศักดิ์สิทธิ์ (ต้องแต่งกายสุภาพ) Tirta Empul คือประสบการณ์วัฒนธรรมที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกรู้จัก เพราะเป็นวัดน้ำที่มีบ่อน้ำพุและพิธีชำระล้างตามความเชื่อ (melukat) จุดสำคัญคือการแต่งกายสุภาพและเคารพกติกาสถานที่ เช่น ต้องใส่ผ้าถุง/สรง (sarong) ก่อนเข้าโซนศักดิ์สิทธิ์8) Tegalalang: นาขั้นบันไดที่ถ่ายยังไงก็สวย (แต่ต้องเลือกเวลา) Tegalalang เป็นจุดที่ถ่ายรูปออกมาดู “บาหลีแท้” มากที่สุด แนะนำไปเช้าเพื่อแสงสวยและเลี่ยงคนแน่น (และเดินระวังทางแคบ/ชันบางช่วง)สถิติอากาศทั้งปี  บาหลีเป็นเขตร้อน อุณหภูมิโดยรวมค่อนข้างคงที่ทั้งปีฤดูแห้งโดยทั่วไป: เมษายน–ตุลาคม ฝนน้อยลง โดยบางเดือนฝนต่ำกว่า 100 มม. และช่วงต่ำสุดอาจลงไปแถว สิงหาคม  ฤดูฝนโดยทั่วไป: พฤศจิกายน–มีนาคม เดือนที่ฝนจัดมักอยู่ช่วง ธันวาคม–มีนาคม และ มกราคม มักเป็นเดือนฝนหนักที่สุด พร้อมจำนวนวันฝนเยอะ  หมายเหตุสำคัญ: โซนที่สูงอย่าง Bedugul/Bratan (~1,500 ม.) อากาศเย็นกว่าชายฝั่งชัดเจน ควรพกเสื้อคลุมบาง ๆ  การแต่งกาย (ให้เหมาะกับทุกจุดในทริป)ชายฝั่ง/วัดริมผา (Uluwatu, Tanah Lot): เสื้อกันลมบาง ๆ + รองเท้าพื้นยึดเกาะดี (ลมแรง/พื้นอาจลื่น)โซนภูเขา/ทะเลสาบ (Bratan, Kintamani): เสื้อคลุม/แจ็กเก็ตบาง + กางเกงขายาวสบาย ๆเข้าวัดทุกแห่ง: แต่งกายสุภาพ (ปิดไหล่/ไม่สั้นมาก) และเตรียมใจว่า “ต้องใส่ sarong” ในหลายพื้นที่ของวัดFAQ  1) อาหารท้องถิ่นแนะนำในเส้นทางนี้มีอะไรบ้าง? แนะนำให้ลูกค้าลอง “ซีฟู้ดจิมบารัน” (บรรยากาศ+รสชาติ), เมนูเป็ดกรอบสไตล์บาหลี (Crispy Duck), และกาแฟ/เครื่องดื่มท้องถิ่นรวมถึงประสบการณ์ Luwak coffee (ดูวิธีทำ/ชิมตามความเหมาะสม)2) ของฝากท้องถิ่นที่คุ้มซื้อจากบาหลี   ของฝากยอดนิยมจะเป็นงานฝีมือ/ของแต่งบ้าน, ผ้าบาติก/สิ่งทอ, ช็อกโกแลต/ขนม และของฝากจากร้านรวมของฝาก (เช่นโซน Krisna) เหมาะกับคนอยาก “ซื้อจบในที่เดียว” ก่อนกลับ3) ข้อควรระวังเรื่องความปลอดภัยและมารยาทระวังมิจฉาชีพเล็ก ๆ ในที่คนเยอะ (เก็บของมีค่าให้ชิดตัว)เคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์: ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ปีนป่าย ไม่ถ่ายภาพในจุดที่ห้ามถ้ามีอาการเวียนหัว/เมารถ ให้แจ้งไกด์ล่วงหน้า โดยเฉพาะวันที่ขึ้นโซนภูเขา4) ควรไปเดือนไหนดีที่สุด?ถ้าโฟกัส “เที่ยวสบาย/ถ่ายรูปฟ้าเปิด” แนะนำช่วงฤดูแห้ง เม.ย.–ต.ค. ถ้าไปฤดูฝน พ.ย.–มี.ค. ควรเตรียมร่ม/เสื้อกันฝน และเผื่อเวลาเดินทางเพราะฝนตกหนักเป็นช่วง ๆ  5) ข้อควรระวังตามแหล่งท่องเที่ยว (สำคัญ)Uluwatu: จุดชมวิวบนหน้าผา ลมแรงและขอบผาสูง (อยู่บนหน้าผาราว 70 ม.) ควรระวังเด็กเล็ก/ผู้สูงอายุ และไม่เข้าใกล้ขอบพื้นที่  GWK: แดดค่อนข้างแรงในพื้นที่เปิด ควรพกน้ำ หมวก และกันแดด (เดินเยอะ)Jimbaran: ช่วงเย็นมีทราย/ลมทะเล ระวังของใช้เล็ก ๆ หล่นหาย และเลือกร้านมาตรฐานBratan (โซนสูง): อากาศเย็น/ชื้นกว่าปกติ พกเสื้อคลุมกันลม และระวังพื้นลื่นใกล้ทะเลสาบ (Indonesia Travel)Tirta Empul: ต้องแต่งกายสุภาพและทำตามกติกา sarong/โซนพิธีกรรม หลีกเลี่ยงการรบกวนผู้ประกอบพิธีTegalalang: ทางเดินบางช่วงแคบ/ชัน แนะนำรองเท้าผ้าใบ และไปเช้าเพื่อเลี่ยงคนแน่นContact (Scholiday)✨ SC Holiday ✨บริษัททัวร์ครบวงจร ใบอนุญาตเลขที่ 11/11210โทร: 092-283-9997 | 081-870-6343เว็บไซต์: www.scholiday.co.thLine OA: @zjw1568v 

แพ็กเกจทัวร์ลาวราคาถูก

แพ็กเกจทัวร์ลาวราคาถูก

72

เที่ยวลาว 2026 แบบสุดคุ้ม “ครบเมือง ครบธรรมชาติ ครบวัฒนธรรม” ไปกับมืออาชีพ SC Holidayลาวเป็นประเทศที่ “ใกล้แต่แตกต่าง” เดินทางสะดวกจากไทย แต่ให้บรรยากาศที่ช้าลง สงบขึ้น และเต็มไปด้วยเสน่ห์ของวัฒนธรรมล้านช้าง เมืองมรดกโลก วัดเก่าแก่ริมโขง ธรรมชาติคาสต์ภูเขาหินปูน น้ำตกสีเขียวมรกต และวิถีชุมชนที่ยังคงความเรียบง่ายอย่างมีเอกลักษณ์ปี 2026 คือช่วงเวลาที่เหมาะมากสำหรับการจัดทริปลาวแบบ “คุ้มค่าและได้คุณภาพ” เพราะสามารถออกแบบเส้นทางได้หลากหลาย ตั้งแต่สายครอบครัว สายมู สายธรรมชาติ สายถ่ายภาพ ไปจนถึงกรุ๊ปองค์กร/สัมมนา โดยมีทีมมืออาชีพดูแลเรื่องระบบเดินทาง โรงแรม รถรับส่ง ไกด์ และการจัดสรรเวลาให้ลงตัวทำไม “ลาว” ยังน่าเที่ยวในปี 2026  1) ได้ทั้ง “วัฒนธรรม” และ “ธรรมชาติ” ในทริปเดียวลาวมีทั้งเมืองเก่าแก่ที่มีอัตลักษณ์ชัด (เช่น หลวงพระบาง) และเมืองธรรมชาติ-แอดเวนเจอร์ (เช่น วังเวียง) รวมถึงภาคใต้ที่เด่นเรื่องน้ำตก-กาแฟ-สโลว์ไลฟ์ (ปากเซ/โบลาเวน/สี่พันดอน)2) จุดหมายระดับโลก: มรดกโลก UNESCO ที่ “ไปแล้วคุ้ม”ลาวมีแหล่งมรดกโลกที่เป็นจุดขายเชิงคุณค่าและประสบการณ์ เช่นเมืองหลวงพระบาง (Town of Luang Prabang) เมืองประวัติศาสตร์บนคาบสมุทรระหว่างแม่น้ำโขงและน้ำคาน มีพิธีกรรมและผังเมือง-สถาปัตยกรรมที่กลมกลืนกับธรรมชาติ (UNESCO World Heritage Centre)วัดพูและภูมิทัศน์วัฒนธรรมจำปาสัก (Vat Phou & Champasak Cultural Landscape) ภูมิทัศน์ที่ออกแบบเชิงศาสนา-มนุษย์-ธรรมชาติ ด้วยแกนจากภูเขาสู่ลุ่มน้ำโขง (UNESCO World Heritage Centre)ทุ่งไหหิน (Plain of Jars) แหล่งโบราณคดีเหล็กยุค Iron Age มีไหหินกว่า 2,100 ใบ ใช้เกี่ยวข้องกับพิธีศพและหลักฐานโบราณจำนวนมาก (UNESCO World Heritage Centre)3) เที่ยวได้หลายสไตล์ในงบเดียวกันลาวสามารถทำทริประดับ “คุ้มค่า” ได้ง่าย ตั้งแต่ 3–4 วันสำหรับเส้นเวียงจันทน์–วังเวียง หรือ 4–5 วันเพิ่มหลวงพระบาง ไปจนถึง 6–8 วันแบบ Grand Laos ครบเหนือ-กลาง-ใต้ภาพรวม “ลาวทั้งประเทศ” แบบนักวางแผนทัวร์  เพื่อออกแบบทริปให้คุ้มที่สุด มืออาชีพจะมองลาวเป็น 3 โซนหลัก เพราะ “ภูมิประเทศ + ธีมท่องเที่ยว” ต่างกันชัดเจนโซน 1: ภาคเหนือ (North Laos) — เมืองมรดกโลก + วัฒนธรรม + วิวแม่น้ำเหมาะกับ: ครอบครัว / คู่รัก / สายถ่ายภาพ / สายวัฒนธรรม / สายคาเฟ่-เดินเมืองเก่าเมืองเด่น: หลวงพระบาง, เมืองงอย, หนองเขียว, หลวงน้ำทา (แนวธรรมชาติ/ชุมชน)โซน 2: ภาคกลาง (Central Laos) — คาสต์ภูเขาหินปูน + กิจกรรม + จุดแวะคุ้มเหมาะกับ: สายธรรมชาติ / วัยรุ่น / กรุ๊ปเพื่อน / องค์กรที่อยากได้กิจกรรม Outdoorเมืองเด่น: วังเวียง, เวียงจันทน์, คำม่วน (ถ้ำกองลอ)โซน 3: ภาคใต้ (South Laos) — น้ำตกยิ่งใหญ่ กาแฟโบลาเวน สี่พันดอนสโลว์ไลฟ์เหมาะกับ: สายพักผ่อน / สายธรรมชาติหนักๆ / คนอยากได้ “ลาวอีกมุม” ที่ไม่ซ้ำใครเมืองเด่น: ปากเซ, โบลาเวน, จำปาสัก(วัดพู), สี่พันดอน, น้ำตกคอนพะเพ็ง12 จุดหมาย “ต้องไป” ในลาว 2026 (พร้อมเหตุผลเชิงประสบการณ์)1) เวียงจันทน์: เมืองหลวงที่เที่ยวสบาย ได้ทั้งแลนด์มาร์กและวัฒนธรรมร่วมสมัยเวียงจันทน์เหมาะมากเป็น “ประตูเข้าลาว” เพราะเดินทางสะดวก จัดวันแรก/วันสุดท้ายได้ดี และมีสถานที่สำคัญที่สื่อถึงตัวตนของประเทศไฮไลต์แนะนำพระธาตุหลวง (Pha That Luang) สัญลักษณ์แห่งศรัทธาและอัตลักษณ์ชาติ เหมาะกับสายมูและสายวัฒนธรรมวัดเก่าในเมือง / จุดชมเมือง / ถนนร้านอาหาร-คาเฟ่สไตล์เวียงจันทน์แวะศูนย์เรียนรู้เรื่อง UXO/ประวัติศาสตร์ร่วมสมัย (สำหรับกรุ๊ปที่เน้น Learning Journey)มุมมองมืออาชีพ: เวียงจันทน์ควรจัดเป็น “วันเบา” เพื่อให้ทริปบาลานซ์ ก่อนเข้าสายกิจกรรมที่วังเวียงหรือก่อนบินกลับ2) วังเวียง: เมืองวิวคาสต์ระดับไอคอน “ภูเขาหินปูน + แม่น้ำ + กิจกรรม”วังเวียงเป็นภาพจำของลาวยุคใหม่—วิวภูเขาหินปูนโดดเด่นริมแม่น้ำซอง เหมาะทั้งคนชอบกิจกรรมและคนอยากพักใจกิจกรรมยอดนิยม (เลือกให้เหมาะกับวัย/ฤดูกาล)ชมวิวคาสต์และลำน้ำซอง (Nam Song) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเมือง (Wikimedia Commons)ถ้ำ/ลากูน (Blue Lagoon) / พายคายัค / จุดชมวิวช่วงเย็นคาเฟ่วิวภูเขา เหมาะกับสายถ่ายรูปมุมมองมืออาชีพ: วังเวียงทำให้ทริป “มีจุดพีคด้านธรรมชาติ” แบบคุ้มค่า โดยไม่ต้องเดินทางไกลมาก3) หลวงพระบาง: เมืองมรดกโลกที่มี “เสน่ห์แบบละมุน” และอยู่ในใจนักเดินทางทั่วโลกหลวงพระบางไม่ใช่แค่เมืองเที่ยว แต่เป็น “เมืองที่มีพิธีกรรม” มีชีวิตของผู้คนและศรัทธาที่สืบต่อกันมายาวนาน UNESCO ให้ความสำคัญกับความกลมกลืนของเมืองประวัติศาสตร์กับภูมิทัศน์ธรรมชาติ และวิถีพิธีกรรมทางพุทธศาสนาที่ดำรงอยู่ (UNESCO World Heritage Centre)สิ่งที่ไปแล้วควรทำเดินเมืองเก่า ชมสถาปัตยกรรมผสมผสานและบรรยากาศริมโขงไหว้วัดสำคัญ เช่น วัดเชียงทอง (Wat Xieng Thong)ตื่นเช้าสัมผัสบรรยากาศเมืองก่อนนักท่องเที่ยวหนาแน่น (เหมาะกับสายถ่ายภาพ)จัดวันว่างให้ “เดินแบบไม่รีบ” เพราะนี่คือความคุ้มค่าของหลวงพระบาง4) น้ำตกกวางสี: ธรรมชาติสีฟ้าใสที่ทำให้ “หลวงพระบาง” สมบูรณ์แบบน้ำตกกวางสีคือหนึ่งใน Waterfall Icon ของลาวตอนเหนือ น้ำสีฟ้า-เขียวตามฤดูกาล จุดถ่ายรูปเยอะ เดินง่าย เหมาะสำหรับครอบครัวและคู่รัก (จัดเป็นครึ่งวันหรือเต็มวันได้)5) ทุ่งไหหิน (เซียงขวาง): โบราณคดีระดับโลกที่ “ลึกลับ น่าค้นหา”ทุ่งไหหินเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญของภูมิภาค มีไหหินจำนวนมากกระจายเป็นกลุ่มๆ และมีหลักฐานเชื่อมโยงพิธีศพยุคเหล็ก UNESCO ระบุองค์ประกอบสำคัญ ทั้งไหหิน แผ่นหิน คล้ายฝาปิด/หลักฝังศพ แหล่งผลิต และวัตถุร่วมพิธีต่างๆ (UNESCO World Heritage Centre)มุมมองมืออาชีพ: จุดหมายนี้เหมาะกับกรุ๊ปที่อยากได้ “เนื้อหา” และความแตกต่างจากเส้นทางยอดฮิตทั่วไป6) คำม่วน & ถ้ำกองลอ (Kong Lor Cave): ประสบการณ์ธรรมชาติใต้ภูเขาที่ไม่เหมือนใครถ้ำกองลอเป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ในแขวงคำม่วน เหมาะกับคนที่อยากเห็น “ลาวเชิงธรรมชาติแบบลึก” ได้อารมณ์สำรวจ (จัดทริปต้องคุมความปลอดภัยและเวลาให้ดี)7) ปากเซ: ศูนย์กลางภาคใต้ลาวที่วางทริปได้คุ้มที่สุดปากเซเป็นเมืองศูนย์กลางเพื่อกระจายไปโบลาเวน-จำปาสัก-สี่พันดอน เหมาะกับทริป 4–6 วันขึ้นไปสำหรับสายภาคใต้8) วัดพู (จำปาสัก): มรดกโลกอีกแห่งที่สะท้อน “ความสัมพันธ์ระหว่างคน-ธรรมชาติ-ศรัทธา”วัดพูและภูมิทัศน์จำปาสักเป็น “planned landscape” ที่สื่อถึงแนวคิดศาสนาฮินดูเรื่องความสัมพันธ์ธรรมชาติกับมนุษย์ โดยจัดวางแกนจากยอดเขาไปสู่แม่น้ำโขง พร้อมระบบวัด ศาล น้ำ และเมืองโบราณที่เกี่ยวข้อง (UNESCO World Heritage Centre)มุมมองมืออาชีพ: นี่คือจุดหมายเชิงคุณค่าที่ทำให้ “ทริปลาวภาคใต้” มีความหนักแน่นและแตกต่าง9) โบลาเวน (Bolaven Plateau): กาแฟ น้ำตก และอากาศที่ให้ความรู้สึก “ลาวอีกแบบ”โบลาเวนขึ้นชื่อเรื่องไร่กาแฟและน้ำตกหลายจุด หนึ่งในไฮไลต์คือ น้ำตกตาดฟาน (Tad Fane) ที่มีน้ำตกคู่ตกจากหน้าผาสูงและเป็นแลนด์มาร์กเด่นของโซนนี้ (Wikimedia Commons)10) น้ำตกคอนพะเพ็ง & สี่พันดอน: พลังของโขง + สโลว์ไลฟ์ริมเกาะน้ำตกคอนพะเพ็งถูกยกให้เป็นน้ำตกใหญ่ของภูมิภาค และเป็นเหตุผลสำคัญที่แม่น้ำโขงไม่สามารถเดินเรือได้ต่อเนื่องขึ้นไปถึงจีน โดยลักษณะ “เกาะแก่งนับพัน” ทำให้พื้นที่นี้ถูกเรียกว่า Si Phan Don (สี่พันดอน) (tourismlaos.org)มุมมองมืออาชีพ: เหมาะทำเป็นช่วงท้ายทริป เพราะเป็นโซนพักผ่อนที่ “ปล่อยใจ” ได้ดีมาก11) เส้นทางลุ่มโขง: เมืองเล็ก วิถีชุมชน และจุดชมพระอาทิตย์ตกหากต้องการ “ความเรียบง่ายแบบพรีเมียม” (เรียบง่ายแต่จัดดี) เส้นทางลุ่มโขง—โดยเฉพาะเมืองที่มีวิวแม่น้ำและกิจกรรมเบา—จะเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ลูกค้ากลับมารักลาว12) ลาวสำหรับสายกิน: ตลาดเช้า คาเฟ่ และอาหารพื้นถิ่นลาวเหมาะกับการออกแบบทริป “กินเป็นกิจกรรม” ตั้งแต่ตลาดเช้า/ตลาดค่ำ ไปจนถึงคาเฟ่วิวธรรมชาติ และเมนูพื้นถิ่นที่รสชาติละมุนกว่าไทยในหลายเมนู (เหมาะกับผู้สูงวัยและครอบครัว)ตัวอย่างแพ็กเกจ/เส้นทางยอดนิยม “2026” (ปรับได้ตามงบ เวลา และสไตล์)หมายเหตุ: ตัวอย่างนี้เป็น “โครงทริป” เพื่อให้เห็นความคุ้มค่า ทีมงาน SC Holiday สามารถปรับให้เหมาะกับเที่ยวบิน/ด่านผ่านแดน/จำนวนวันจริงได้A) 3D2N เวียงจันทน์–วังเวียง (คุ้ม-สั้น-ครบ)เหมาะกับ: คนมีเวลาน้อย / กรุ๊ปเพื่อน / ครอบครัวDay 1: เวียงจันทน์ (แลนด์มาร์ก + คาเฟ่)Day 2: วังเวียง (วิวคาสต์ + แม่น้ำ + จุดถ่ายรูป)Day 3: ซื้อของ/คาเฟ่/เดินทางกลับB) 4D3N เวียงจันทน์–วังเวียง–หลวงพระบาง (ขายดีสุด)เหมาะกับ: ลูกค้าทั่วไปที่อยากได้ “ครบ 3 เมือง”เพิ่ม 1 คืนหลวงพระบาง เพื่อสัมผัสเมืองมรดกโลก (UNESCO World Heritage Centre)C) 5D4N หลวงพระบาง “เต็มอารมณ์” + ธรรมชาติเหมาะกับ: คู่รัก/สายถ่ายภาพ/สายพักผ่อนเน้นเดินเมืองเก่า วัด คาเฟ่ ริมโขง + น้ำตก + วันอิสระD) 6D5N ลาวใต้ (ปากเซ–โบลาเวน–จำปาสัก–สี่พันดอน)เหมาะกับ: สายธรรมชาติจริงจัง + อยากได้มรดกโลกวัดพูมรดกโลก (UNESCO World Heritage Centre)น้ำตกตาดฟาน/ไร่กาแฟ (discoverlaos.today)คอนพะเพ็ง/สี่พันดอน (tourismlaos.org)E) 8D7N Grand Laos (เหนือ+กลาง หรือ กลาง+ใต้)เหมาะกับ: กรุ๊ปองค์กร/ครอบครัวใหญ่/ลูกค้าที่อยากได้ “ครั้งเดียวจบ”ใส่จุดไฮไลต์ให้ครบ + วันพักผ่อน 1 วันเพื่อบาลานซ์ทริปไปเที่ยวลาวกับ SC Holiday ได้อะไร “มากกว่าแค่จองทัวร์”SC Holiday วางงานแบบบริษัททัวร์มืออาชีพ: เน้นความชัดเจนของโปรแกรม ความปลอดภัย การบริหารเวลา และการดูแลหน้างานจริง เพื่อให้ลูกค้า “เที่ยวสบายและคุ้ม”บริการหลัก (จัดได้ทั้งกรุ๊ปเล็ก/กรุ๊ปใหญ่)แพ็กเกจทัวร์ลาว (กรุ๊ป/จอยทัวร์/Private)วางแผนเส้นทาง Tailor-made ตามงบ เวลา และกลุ่มเป้าหมายจองโรงแรม รถรับส่ง รถตู้/รถบัส พร้อมทีมประสานงานบริการไกด์ท้องถิ่น/หัวหน้าทัวร์ (ตามความเหมาะสมของโปรแกรม)ทัวร์นักเรียน / ทัวร์ผู้สูงวัย (จัดจังหวะเบา เดินไม่หนัก)กรุ๊ปองค์กร / ประชุมสัมมนา / Outing (จัดกิจกรรม + ดูแลระบบครบ)จุดสำคัญ: ลาวมีทั้งเส้นทางเมืองและธรรมชาติ การมีทีมที่คุมโลจิสติกส์และเวลา จะทำให้ทริป “ไหลลื่น” และลดความเสี่ยงเรื่องรถ/ที่พัก/คิวสถานที่เรื่องเอกสารและการเข้าประเทศ (สรุปให้เข้าใจง่าย)ลาวมีระบบ eVisa อย่างเป็นทางการที่เว็บไซต์รัฐบาลลาว (Lao eVisa)เงื่อนไขวีซ่า/ระยะพำนักอาจแตกต่างตามสัญชาติและประเภทการเดินทาง ควรตรวจเงื่อนไขล่าสุดก่อนเดินทางทุกครั้ง (กรมตรวจคนเข้าเมือง)SC Holiday สามารถช่วยแนะนำเช็กลิสต์เอกสารการเดินทางตามเส้นทางจริง (บิน/รถ/ผ่านแดน) ให้เหมาะกับโปรแกรมที่จองสรุป: เที่ยวลาว 2026 ให้ “คุ้มและดี” ต้องเริ่มจากการเลือกเส้นทางให้ตรงสไตล์ลาวมีความคุ้มค่าพิเศษ เพราะจัดทริปให้ได้ทั้งเมืองมรดกโลกที่มีเสน่ห์และพิธีกรรมที่ยังมีชีวิต (UNESCO World Heritage Centre)ธรรมชาติคาสต์และแม่น้ำที่ถ่ายรูปสวยตลอดเส้นทางมรดกโลกเชิงโบราณคดีและภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่มีเรื่องเล่า (UNESCO World Heritage Centre)น้ำตกและเกาะแก่งสี่พันดอนที่พลังธรรมชาติชัดมาก (tourismlaos.org)หากต้องการ “ทริปที่ไม่เหนื่อย ไม่หลุดเวลา และได้ไฮไลต์จริง” การให้มืออาชีพช่วยจัด คือทางเลือกที่คุ้มที่สุดติดต่อจองทัวร์ SC HolidayTel  092-283-9997 | 081-870-6343เที่ยวสนุกทุกที่ไปกับ เอส.ซี.ฮอลิเดย์pro ดี ราคาเด็ด www.scholiday.co.thLine OA: @zjw1568v

15 พิกัด ที่เที่ยวนครสวรรค์

15 พิกัด ที่เที่ยวนครสวรรค์

216

เที่ยวนครสวรรค์ เมืองสวรรค์แห่งปากน้ำโพ ดินแดนแห่งประตูสู่ภาคเหนือ อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง ที่ตอนนี้บอกเลยว่าน่าเที่ยวไม่แพ้จังหวัดใหญ่ๆ ใดใดเลย เพราะนครสวรรค์ มีที่เที่ยวที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะสำหรับนักเดินทางสายบุญ บอกเลยว่านครสวรรค์มีวัดวาอาราม ที่มีสถาปัตยกรรมที่วิจิตรตระการตา มีความงดงามในระดับ Unseen  อยู่มากมาย นอกจากนั้นยังมีสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ แม่น้ำ ภูเขา และมีตลาดเมืองเก่าสุดคลาสสิคอย่างตลาดชุมแสงให้แฟนละครตามไปฟินกันได้อีก ที่สำคัญจังหวัดนี้ไม่ไกลจากกรุงเทพมาก ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่สองชั่วโมงหรือสามชั่วโมงก็ถึงแล้ว จึงเหมาะมากๆ ที่จะเป็นจุดด์ในวันหยุดสำหรับคนมีเวลาน้อยที่ชอบเที่ยวไทยแบบใกล้กรุงเทพ  ว่าแต่มีพิกัดไหนให้ตามไปฟินกันได้บ้าง ตามไปชมกันเลย