Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 17.00 น.

เราช่วยคุณได้

@zjw1568v

Travel License : 11/11210

หน้าแรก

/

ข้อมูลท่องเที่ยว

มิลาน–ลูเซิร์น–อินส์บรุค–โดโลไมต์–เวนิส–เวโรนา

มิลาน–ลูเซิร์น–อินส์บรุค–โดโลไมต์–เวนิส–เวโรนา

10

Grand Europe Alps & Lake Dream  https://www.scholiday.co.th/tour/ap24363 มิลาน–ลูเซิร์น–อินส์บรุค–โดโลไมต์–เวนิส–เวโรนา  เส้นทางยุโรปที่ครบทั้งเมืองดัง เทือกเขาแอลป์ ทะเลสาบ และหมู่บ้านสวย หากกำลังมองหาเส้นทางยุโรปที่ได้ทั้งเมืองดังระดับไอคอน วิวเทือกเขาแอลป์ ทะเลสาบสีฟ้าใส เมืองเก่าสุดคลาสสิก และบรรยากาศโรแมนติกแบบยุโรปแท้ ๆ โปรแกรมนี้ถือว่าเป็นเส้นทางที่ลงตัวมาก เพราะรวมทั้ง อิตาลี–สวิตเซอร์แลนด์–ออสเตรีย ไว้ในทริปเดียว เริ่มต้นจากมหานครแฟชั่นอย่างมิลาน ต่อด้วยความละมุนของลูเซิร์น เสน่ห์เมืองเก่าของอินส์บรุค ความงดงามของเทือกเขาโดโลไมต์ ทะเลสาบชื่อดังอย่าง Lake Braies และ Lake Misurina ก่อนปิดท้ายด้วยเวนิสและเวโรนา เมืองในฝันของนักเดินทางทั่วโลก จุดเด่นของเส้นทางนี้คือการวางโปรแกรมให้มีทั้งแลนด์มาร์กที่ลูกค้ารู้จักดีและจุดท่องเที่ยวธรรมชาติที่ภาพสวยมาก เหมาะกับคนที่อยากได้ทริปยุโรปแบบ “เที่ยวคุ้มในหลายอารมณ์” ไม่ใช่มีแต่ช้อปปิ้งหรือมีแต่ธรรมชาติอย่างเดียว แต่ได้ครบทั้งโบสถ์ใหญ่ เมืองเก่า ทะเลสาบ ภูเขา กระเช้า เรือส่วนตัว และเอาต์เล็ตในเส้นทางเดียว  Highlight ของเส้นทาง  มิลาน–ลูเซิร์น–อินส์บรุค–โดโลไมต์–เวนิส–เวโรนาเส้นทางยุโรปที่ครบทั้งเมืองดัง เทือกเขาแอลป์ ทะเลสาบ และหมู่บ้านสวยในทริปเดียวถ้ากำลังมองหา ทัวร์ยุโรปครบไฮไลต์ ที่ได้ทั้งเมืองระดับโลก วิวเทือกเขาแอลป์ ทะเลสาบสีฟ้าใส และหมู่บ้านสวยเหมือนภาพโปสการ์ด เส้นทางนี้ถือว่า “ลงตัวมาก” เพราะรวม อิตาลี–สวิตเซอร์แลนด์–ออสเตรีย ไว้ในทริปเดียว แบบไม่เร่ง ไม่แน่นเกิน แต่ได้ครบทุกอารมณ์ ✨ทัวร์ยุโรป 3 ประเทศ คุ้มเที่ยวแอลป์ + ทะเลสาบ + เมืองดังยุโรปสายถ่ายรูป วิวสวยทุกวันHighlight ภาพรวมเส้นทาง มิลาน – จุดเริ่มต้นยุโรปสายคลาสสิก เริ่มต้นที่ มิลาน เมืองแฟชั่นและเศรษฐกิจของอิตาลีมหาวิหาร Duomo di Milano สุดอลังการGalleria Vittorio Emanuele II ห้างสุดคลาสสิก   ลูเซิร์น – เมืองสวิสที่โรแมนติกที่สุด เมืองเล็กที่สวยระดับโลกสะพานไม้ Chapel Bridgeสิงโตหินแกะสลักวิวทะเลสาบลูเซิร์น  เหมาะกับสายถ่ายรูป + เดินเมืองสบาย  อินส์บรุค – เมืองกลางหุบเขาแอลป์ เมืองสวยของออสเตรียGolden Roof หลังคาทองคำSt. Anne Column  จุดเด่นคือ “เมือง + ภูเขาในเฟรมเดียว”  โดโลไมต์ – Ortisei + Alpe di Siusi หนึ่งในวิว “สวยที่สุดของยุโรป”ขึ้นกระเช้า Alpe di Siusiหมู่บ้านแอลป์ Ortisei   ไฮไลต์สายวิว / ถ่ายรูป / คอนเทนต์  Lake Braies + Lake Misurina ทะเลสาบระดับ “ไวรัลยุโรป”น้ำสีเขียวฟ้าใสวิวภูเขาสะท้อนน้ำ  เป็นจุดขายที่ลูกค้าเห็นแล้ว “ตัดสินใจซื้อ” เวนิส – เมืองแห่งสายน้ำ แลนด์มาร์กยุโรประดับโลกSan Marco SquareRialto Bridgeนั่งเรือเข้าสู่เกาะ  เพิ่มความโรแมนติกให้ทั้งทริป  เวโรนา – เมืองแห่งความรัก Roman Arenaบ้านจูเลียต Program   Day 1  สุวรรณภูมิ – ดูไบ – มิลาน – ดูโอโม่ – Galleria Vittorio Emanuele II – ลูเซิร์น/ครีนส์ Day 2 ครีนส์ – ลูเซิร์น – สิงโตหินแกะสลัก – สะพานไม้ชาเปล – ซุก – Lohri AG Store – อินส์บรุค Day 3 อินส์บรุค – หลังคาทองคำ – ออร์ติเซ – ขึ้นกระเช้าสู่แอลป์ ดิ ซุสเซ่ – โบลซาโน – จัตุรัสวอลเธอร์ Day 4 โบลซาโน – ทะเลสาบเบรียส – ทะเลสาบมิซูริน่า – คอร์ตีนาดัมเปซโซ Day 5 คอร์ตีนาดัมเปซโซ – เวนิส – นั่ง Private Boat – จัตุรัสซานมาร์โค – สะพานริอัลโต – โบสถ์เซนต์มาร์ก – พระราชวังดอจ์ด – เวโรนา Day 6 เวโรนา – โรมัน อารีน่า – บ้านจูเลียต – Serravalle Outlet – สนามบินมิลาน Day 7-8 มิลาน – ดูไบ – สุวรรณภูมิ โปรแกรมนี้เหมาะกับใคร เส้นทางนี้เหมาะมากกับลูกค้าที่ต้องการ ทัวร์ยุโรป 3 ประเทศ แบบครบทั้งเมืองดังและธรรมชาติสวย เหมาะกับคนที่อยากได้ สวิตเซอร์แลนด์ + อิตาลี + ออสเตรีย ในทริปเดียว โดยไม่หนักไปทางช้อปปิ้งอย่างเดียว และไม่หนักไปทางภูเขาอย่างเดียวเกินไป แต่มีความสมดุลระหว่างแลนด์มาร์ก เมืองเก่า ทะเลสาบ และวิวแอลป์ที่สวยจริงทุกวัน  เส้นทางยุโรป มีทั้ง ดูโอโม่แห่งมิลาน, ลูเซิร์น, อินส์บรุค, ออร์ติเซ, โบลซาโน, Lake Braies, Lake Misurina, เวนิส และเวโรนา อยู่ในทริปเดียว เหมาะกับลูกค้าที่อยากได้ “ยุโรปสวยครบ” พร้อมภาพถ่ายที่ดูพรีเมียมทุกวัน และยังมีจังหวะช้อปปิ้งปิดท้าย FAQ แกรนด์สวิตเซอร์แลนด์ Wonder Rail1) ทริปนี้เหมาะกับใครมากที่สุด?เหมาะกับลูกค้าที่อยากได้ ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์–อิตาลี–ออสเตรีย แบบคุ้มและครบ ทั้งสายวิว สายถ่ายรูป และคนที่อยากสัมผัสรถไฟสายมหัศจรรย์อย่าง Bernina Express และ Jungfraujoch ในทริปเดียว2) Bernina Express เด่นอย่างไร?Bernina Express วิ่งผ่านเส้นทางมรดกโลกยูเนสโกของ Rhaetian Railway และ RhB ระบุว่าเส้นทางนี้ผ่าน 196 สะพาน 55 อุโมงค์ จึงเป็นหนึ่งในรถไฟชมวิวที่มีชื่อเสียงที่สุดของยุโรป3) ต้องแต่งตัวแบบไหนสำหรับทริปนี้?แนะนำแต่งแบบ เลเยอร์   เพราะโปรแกรมมีทั้งเมือง ทะเลสาบ และยอดเขา โดยเฉพาะวันขึ้น Jungfraujoch, วันไป Zermatt, และวันนั่งรถไฟแอลป์ที่อุณหภูมิอาจต่างจากเมืองด้านล่างมาก4) ทริปนี้เดินเยอะไหม?ค่อนข้างมีการเดินพอสมควร โดยเฉพาะเมืองเก่า ลานกว้าง และจุดชมวิวต่าง ๆ แต่ข้อดีคือแต่ละวันมีไฮไลต์ชัด ทำให้รู้สึกคุ้มกับการเดิน5) Lake Braies กับ Lake Misurina ต่างกันอย่างไร?Lake Braies เด่นเรื่องภาพโทนโรแมนติก ท่าไม้ และน้ำสีเขียวอมฟ้า ส่วน Lake Misurina ให้ฟีลภูเขาสะท้อนน้ำแบบกว้างและดูอลังการกว่าเล็กน้อย6) Jungfraujoch มีอะไรพิเศษ?ที่นี่เป็นจุดหมายระดับไอคอนของสวิตเซอร์แลนด์ ลูกค้าจะได้ขึ้นรถไฟสู่ยอดเขา ชมวิว Aletsch Glacier และเข้า ถ้ำน้ำแข็งพันปี ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ต่างจากการเที่ยวเมืองยุโรปทั่วไปมาก7) เซอร์แมทกับ Matterhorn เป็นไฮไลต์แค่ไหน?มากครับ เพราะ Matterhorn คือหนึ่งในยอดเขาภาพจำของโลก และ Zermatt คือหมู่บ้านแอลป์ที่คนจำนวนมากตั้งใจมาเพื่อเห็นวิวนี้โดยตรง8) ช่วงช้อปปิ้งมีตรงไหนบ้าง?มีทั้ง Galleria Vittorio Emanuele II, Fox Town Outlet, และ McArthurGlen Outlet จึงเหมาะกับลูกค้าที่อยากมีจังหวะช้อปควบคู่กับเที่ยววิว9) อาหารในทริปนี้น่าลองอะไรบ้าง?ฝั่งอิตาลีแนะนำพาสต้า พิซซ่า ริซอตโต และเจลาโต ส่วนฝั่งสวิสสามารถลองเมนูชีส ซุป หรืออาหารสไตล์แอลป์แบบอุ่น ๆ ได้10) เรื่องท้องไส้ควรระวังอะไร?ควรดื่มน้ำให้พอ เตรียมของว่างเล็กน้อยในวันที่นั่งรถยาวหรือขึ้นเขา และหลีกเลี่ยงการทานหนักเกินไปก่อนขึ้นรถไฟหรือกระเช้า11) ปลั๊กไฟต้องเตรียมไหม?ควรพกหัวแปลงปลั๊กสากลไปเอง จะสะดวกที่สุดสำหรับการชาร์จมือถือ กล้อง และพาวเวอร์แบงก์12) โปรแกรมนี้เหมาะกับผู้สูงอายุไหม?เหมาะในระดับหนึ่งถ้าเดินได้พอสมควร เพราะมีทั้งสถานีรถไฟ เมืองเก่า จุดชมวิว และการขึ้นลงเรือ/กระเช้า ควรเตรียมรองเท้าที่ดีและจัดจังหวะพักให้เหมาะ13) จุดถ่ายรูปที่ไม่ควรพลาดมีอะไรบ้าง?แนะนำ Bernina Express, Lake Braies, Matterhorn, Jungfraujoch, Chillon Castle, Lucerne Chapel Bridge และ Venice St. Mark’s Square เพราะเป็นชุดภาพจำของทั้งเส้นทาง14) ทริปนี้เด่นกว่าทัวร์ยุโรปทั่วไปอย่างไร?เด่นตรงที่ได้ครบทั้ง รถไฟระดับโลก, เทือกเขาแอลป์, ทะเลสาบ, เมืองดัง, เมืองโรแมนติก, และยอดเขาในฝัน ในโปรแกรมเดียว จึงเหมาะกับคนที่อยากได้ยุโรปแบบ “หนึ่งทริป หลายอารมณ์” เส้นทาง แกรนด์สวิตเซอร์แลนด์ Wonder Rail นั่งรถไฟสายมหัศจรรย์–พิชิตจุงเฟรา  รวมทั้ง Bernina Express, Lake Como, Lucerne, Zermatt, Matterhorn, Montreux, Jungfraujoch, Aletsch Glacier, Lake Braies, Venice และ Verona ไว้อย่างลงตัว เหมาะกับลูกค้าที่อยากได้ทริปยุโรปสายวิวแบบพรีเมียม ได้ทั้งรถไฟสายมหัศจรรย์ เมืองสวย และธรรมชาติระดับไอคอนในทริปเดียวช่องทางติดต่อ SC HolidaySC Holidayบริษัททัวร์ครบวงจร ใบอนุญาตเลขที่ 11/11210บริการทัวร์ในประเทศ–ต่างประเทศ, จัดประชุมสัมมนา, CSR Trip, ทัวร์กอล์ฟ, ครอบครัว, นักเรียน และโปรแกรม Tailor-made  092-283-9997 | 081-870-6343www.scholiday.co.thLine OA: @zjw1568v

SCANDINAVIA นอร์เวย์ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ สวีเดน

SCANDINAVIA นอร์เวย์ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ สวีเดน

13

 SCANDINAVIA นอร์เวย์–เดนมาร์ก–สวีเดน–ฟินแลนด์  https://www.scholiday.co.th/tour/ap23013 เที่ยวสแกนดิเนเวียครบเสน่ห์เมืองเหนือ ลานกระโดดสกี–DFDS–โคเปเฮเกน–ฟลอมสบานา–เบอร์เกนถ้ากำลังมองหา ทัวร์สแกนดิเนเวีย ที่ได้ทั้งเมืองสวย วัฒนธรรมยุโรปเหนือ ฟยอร์ด รถไฟสายโรแมนติก และเรือสำราญในทริปเดียว เส้นทางนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในโปรแกรมที่ตอบโจทย์มาก เพราะรวมไฮไลต์ของ นอร์เวย์ เดนมาร์ก สวีเดน และฟินแลนด์ ไว้อย่างลงตัว ทั้ง ลานกระโดดสกีโฮลเมนโคลเลน, ถนนคนเดินคาร์ลโจฮัน, สวนวิกเกอร์แลนด์, Oslo Opera House, เรือสำราญ DFDS, รูปปั้นนางเงือกน้อย, น้ำพุเกฟิออน, พระราชวังอามาเลียนบอร์ก, Nyhavn, ถนน Strøget, เมืองเก่าบริกเกิน, ฟลอมสบานา และเมืองฟลอม ทำให้เป็นแพ็กเกจที่ขายง่ายมากสำหรับลูกค้าที่อยาก เที่ยวสแกนดิเนเวียครบภาพจำ ในทริปเดียวเส้นทางนี้โดดเด่นตรงที่มีทั้ง เมืองหลวงสแกนดิเนเวีย และ ธรรมชาตินอร์เวย์ อยู่ในโปรแกรมเดียว ลูกค้าจึงได้ครบทั้งแลนด์มาร์ก iconic, ย่านเมืองเก่าสวย ๆ, ท่าเรือสีสด, การเดินทางข้ามประเทศ และประสบการณ์นั่ง Flåm Railway หรือ ฟลอมสบานา ที่หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟชมวิวที่สวยที่สุดในโลก จึงเหมาะมากกับคนที่อยากเที่ยว ยุโรปเหนือ แบบไม่เน้นเพียงเมืองหลวง แต่ได้สัมผัสเสน่ห์ของภูมิประเทศและบรรยากาศเฉพาะตัวของสแกนดิเนเวียอย่างแท้จริงสำหรับลูกค้าที่กำลังหาข้อมูลว่า เที่ยวสแกนดิเนเวียไปไหนดี, ทัวร์นอร์เวย์ เดนมาร์ก สวีเดน ฟินแลนด์ คุ้มไหม, หรือ ยุโรปเหนือเส้นทางไหนดีสำหรับครั้งแรก บทความนี้ถือว่าตอบได้ชัด เพราะเป็นเส้นทางที่มีทั้งความคลาสสิก ความโรแมนติก และความสวยแบบเป็นธรรมชาติในสไตล์ที่ไม่เหมือนยุโรปโซนอื่น เมืองต่าง ๆ ในทริปนี้ไม่ได้หวือหวาแบบยุโรปตะวันตก แต่มีเสน่ห์แบบเรียบหรู สงบ สะอาด และมีเอกลักษณ์มาก เหมาะกับทั้งคู่รัก ครอบครัว กลุ่มเพื่อน และลูกค้าที่อยากได้ทริปคุณภาพดี ถ่ายรูปสวยทุกวัน จุดเด่นของเส้นทางสแกนดิเนเวียที่ทำให้ขายง่ายสิ่งที่ทำให้โปรแกรมนี้ต่างจากทัวร์ยุโรปทั่วไป คือความสมดุลระหว่าง เมืองหลวงยุโรปเหนือ กับ ธรรมชาติระดับไอคอนของนอร์เวย์ ลูกค้าจะไม่ได้เห็นแค่พระราชวังหรือถนนคนเดิน แต่ยังได้เปลี่ยนอารมณ์จากเมืองสมัยใหม่ไปสู่เมืองท่าประวัติศาสตร์ หมู่บ้านริมฟยอร์ด และเส้นทางรถไฟสายโรแมนติกที่เป็นเหมือนภาพฝันของการ เที่ยวสแกนดิเนเวียในฝั่งออสโล โปรแกรมเริ่มต้นด้วยบรรยากาศเมืองหลวงของนอร์เวย์ที่มีความเรียบง่ายแต่มีระดับ ทั้ง ลานกระโดดสกีโฮลเมนโคลเลน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ, ถนนคนเดินคาร์ลโจฮัน ที่เป็นหัวใจของตัวเมือง, สวนประติมากรรมวิกเกอร์แลนด์ ที่ให้มุมศิลปะกลางแจ้งอันเป็นเอกลักษณ์ และ Oslo Opera House ที่ช่วยเติมอารมณ์ความร่วมสมัยให้กับเมืองได้อย่างชัดเจน จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะมากสำหรับลูกค้าที่อยากเห็นว่า นอร์เวย์ไม่ได้มีดีแค่ฟยอร์ด แต่ยังมีเมืองที่น่าสนใจและมีคุณภาพสูงมากจากนั้นเส้นทางยังมีประสบการณ์การเดินทางที่ช่วยยกระดับทริปให้ดูพรีเมียมขึ้นอย่างชัดเจน คือการนั่ง เรือสำราญ DFDS ข้ามสู่โคเปนเฮเกน ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างการเดินทางและการพักผ่อน ลูกค้าจะรู้สึกว่าไม่ใช่แค่ย้ายเมือง แต่เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ได้สัมผัสเสน่ห์ของ ทัวร์สแกนดิเนเวีย แบบเต็มอารมณ์ ทั้งวิวทะเลเหนือและบรรยากาศเรือสำราญที่ช่วยให้ทริปดูพิเศษกว่าการนั่งรถหรือบินข้ามเมืองธรรมดาโคเปนเฮเกน เมืองหลวงที่ทั้งคลาสสิกและมีเสน่ห์แบบนอร์ดิกเมื่อเข้าสู่ฝั่งเดนมาร์ก ภาพจำของลูกค้าจะเปลี่ยนจากเมืองหลวงที่เรียบเท่ มาเป็นเมืองที่สดใสและดูโรแมนติกมากขึ้น โคเปนเฮเกนเป็นหนึ่งในเมืองที่เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบ เที่ยวเมืองสวยในยุโรปเหนือ เพราะมีทั้งแลนด์มาร์กคลาสสิกและมุมเดินเล่นสบาย ๆ ในระยะไม่ไกลกันมากไฮไลต์อย่าง รูปปั้นนางเงือกน้อย คือจุดถ่ายรูปที่คนมาเดนมาร์กแทบทุกคนต้องแวะ แม้ขนาดจริงจะไม่ได้ใหญ่โต แต่คุณค่าของมันคือความเป็นสัญลักษณ์ของโคเปนเฮเกนอย่างแท้จริง ส่วน น้ำพุเกฟิออน และ พระราชวังอามาเลียนบอร์ก ก็ช่วยเพิ่มความสง่างามให้กับช่วงเที่ยวในเมืองได้ดีมาก ทำให้โปรแกรมดูครบทั้งด้านประวัติศาสตร์ ราชวงศ์ และงานสถาปัตยกรรมอีกหนึ่งจุดที่ช่วยให้บทความแนว เที่ยวเดนมาร์ก ดูน่าสนใจขึ้นมากคือ Nyhavn ท่าเรือสีสันสดใสที่กลายเป็นภาพจำของโคเปนเฮเกน ด้วยอาคารริมน้ำหลากสี คาเฟ่ และบรรยากาศที่เหมาะกับการถ่ายรูปแทบทุกมุม ส่วนสายช้อปก็จะชอบ ถนน Strøget ซึ่งเป็นถนนคนเดินสายหลักของเมือง ที่เดินง่าย บรรยากาศดี และเหมาะกับการปิดท้ายวันแบบสบาย ๆ ลูกค้าจึงได้ทั้งแลนด์มาร์กหลักและช่วงเวลาอิสระที่รู้สึกว่าทริปไม่แน่นเกินไป นอร์เวย์ในมุมที่คนรักธรรมชาติต้องชอบ เบอร์เกน–ฟลอม–ฟลอมสบานาถ้าถามว่าอะไรคือหัวใจของการ เที่ยวสแกนดิเนเวีย สำหรับสายธรรมชาติ คำตอบของหลายคนคงหนีไม่พ้นฝั่งนอร์เวย์ โดยเฉพาะช่วง เบอร์เกน–วอส–ฟลอม เพราะเป็นส่วนที่ทำให้ทริปนี้ไม่ใช่แค่ทัวร์เมืองหลวงธรรมดา แต่กลายเป็นการเดินทางที่มีความโรแมนติกและมีภาพจำแบบ “ยุโรปเหนือของจริง”เบอร์เกน เป็นเมืองท่าที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวมาก โดยเฉพาะ เมืองเก่าบริกเกิน ที่เรียงรายด้วยอาคารไม้เก่าแก่ริมท่าเรือ เป็นหนึ่งในมุมที่คนเห็นแล้วจดจำได้ทันทีว่าเป็นนอร์เวย์ ไม่ใช่ยุโรปประเทศอื่น ความสวยของบริกเกินไม่ได้อยู่แค่เรื่องสถาปัตยกรรม แต่รวมถึงบรรยากาศของเมืองท่าที่ดูอบอุ่น มีชีวิต และมีความคลาสสิกในแบบยุโรปเหนืออย่างแท้จริง ส่วน มาร์เก็ตสแควร์ ก็ช่วยเติมบรรยากาศท้องถิ่นให้ลูกค้าได้สัมผัสเมืองในมุมที่มีชีวิตชีวามากขึ้นหลังจากนั้นโปรแกรมจะพาเข้าสู่ช่วงที่ถือเป็นไฮไลต์ระดับหัวใจของทั้งทริป คือการเดินทางผ่าน วอส และขึ้น ฟลอมสบานา หรือ Flåm Railway ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่หลายคนใฝ่ฝันอยากลองสักครั้ง การนั่งรถไฟสายนี้ไม่ใช่แค่การเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง แต่เป็นประสบการณ์ของการชมธรรมชาติแบบต่อเนื่อง ทั้งภูเขา หุบเขา น้ำตก และวิวสวยที่เปลี่ยนไปตลอดทาง จึงเหมาะมากกับลูกค้าที่กำลังมองหา ทัวร์นอร์เวย์ฟยอร์ด, รถไฟสายโรแมนติกในยุโรป, หรือ เส้นทางธรรมชาติที่สวยที่สุดในสแกนดิเนเวียเมื่อถึง เมืองฟลอม ลูกค้าจะได้สัมผัสบรรยากาศของเมืองเล็กริมฟยอร์ดที่เงียบ สวย และดูเหมือนอยู่ในโปสการ์ด ความน่าสนใจของฟลอมคือไม่ได้เป็นเมืองที่หวือหวา แต่เป็นสถานที่ที่ช่วยให้การ เที่ยวสแกนดิเนเวีย มีความสมบูรณ์มากขึ้น เพราะเป็นตัวแทนของนอร์เวย์ในแบบที่นักเดินทางทั่วโลกหลงรัก คือธรรมชาติที่สงบ สะอาด และสวยแบบไม่ต้องปรุงแต่งมาก  ทำไมเส้นทางนี้ถึงเหมาะกับลูกค้าที่อยากเที่ยวสแกนดิเนเวียครั้งแรกสำหรับลูกค้าที่ไม่เคยไปยุโรปเหนือมาก่อน เส้นทางนี้ถือว่าเหมาะมาก เพราะมีทั้งส่วนที่เข้าใจง่ายและส่วนที่สร้างความประทับใจได้จริง เมืองใหญ่อย่างออสโลและโคเปนเฮเกนช่วยให้เที่ยวสะดวก เดินง่าย และเห็นภาพชัด ส่วนเบอร์เกนและฟลอมช่วยเติมเสน่ห์ของธรรมชาติและบรรยากาศนอร์เวย์ที่คนส่วนใหญ่อยากสัมผัสอีกข้อดีคือเส้นทางนี้ไม่เน้นการเร่งเก็บประเทศแบบผ่าน ๆ แต่เป็นการเรียงโปรแกรมให้มีทั้งจังหวะเมือง จังหวะพักผ่อน และจังหวะไฮไลต์ ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าทริปมี flow ดี และแต่ละจุดมีเหตุผลของมันเอง ไม่ว่าจะเป็นช่วงชมเมืองในออสโล ช่วงเรือสำราญข้ามคืน ช่วงแลนด์มาร์กคลาสสิกในโคเปนเฮเกน หรือช่วงรถไฟสายโรแมนติกของนอร์เวย์ ทุกอย่างช่วยกันสร้างภาพจำว่า ทัวร์สแกนดิเนเวียเส้นทางนี้ครบจริง คุ้มจริง และสวยจริงในแง่ของการขาย เส้นทางนี้ยังเหมาะมากกับคีย์เวิร์ดอย่าง เที่ยวสแกนดิเนเวียครบเสน่ห์เมืองเหนือ, ทัวร์นอร์เวย์ เดนมาร์ก สวีเดน ฟินแลนด์, ทัวร์ยุโรปเหนือแบบคุ้ม, Flåm Railway tour, และ DFDS Copenhagen Oslo เพราะเป็นเส้นทางที่ลูกค้าเข้าใจง่ายว่าได้อะไรบ้าง และแต่ละจุดก็มีภาพจำชัดเจนมาก  สรุปถ้าต้องการโปรแกรม เที่ยวสแกนดิเนเวียครบเสน่ห์เมืองเหนือ ที่ได้ทั้งเมืองหลวงสวย ๆ วัฒนธรรมยุโรปเหนือ ท่าเรือสีสด เรือสำราญ รถไฟสายโรแมนติก และเมืองธรรมชาติระดับภาพฝัน เส้นทางนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะรวมทั้ง ลานกระโดดสกี–DFDS–โคเปเฮเกน–ฟลอมสบานา–เบอร์เกน ไว้อย่างลงตัวนี่ไม่ใช่แค่ทริปที่พาไปเช็กอินแลนด์มาร์กดัง แต่เป็นเส้นทางที่ช่วยให้ลูกค้า “รู้สึกถึง” สแกนดิเนเวียในหลายอารมณ์ ทั้งความเรียบหรูของออสโล ความคลาสสิกสดใสของโคเปนเฮเกน และความโรแมนติกสงบลึกของฟลอมและเบอร์เกน จึงเหมาะมากสำหรับคนที่อยากเริ่มต้น เที่ยวสแกนดิเนเวีย แบบมีคุณภาพ และอยากกลับมาพร้อมภาพจำสวย ๆ ครบทุกวันถ้าต้องการ ผมจัดต่อให้เป็น เวอร์ชัน patternบทความsc เต็มรูปแบบ พร้อม emoji, FAQ, SEO keyword, SEO description และบล็อกภาพ highlight 8 จุด ได้เลยครับ  Highlight ของเส้นทาง  ลานกระโดดสกีโฮลเมนโคลเลน + ถนนคนเดินคาร์ลโจฮันฝั่งออสโลเริ่มต้นได้ดีมากด้วยบรรยากาศเมืองหลวงที่ทั้งทันสมัยและมีเอกลักษณ์ โดย Karl Johans gate คือแกนหลักของเมืองที่เชื่อมแลนด์มาร์กสำคัญหลายจุด ส่วนโซน Holmenkollen ช่วยเพิ่มภาพจำของนอร์เวย์ในมุมกีฬาและวิวเมือง เหมาะกับลูกค้าที่อยากเริ่มทริปด้วยภาพ “ออสโลแบบคลาสสิกแต่ดูมีสไตล์” สวนประติมากรรมวิกเกอร์แลนด์ + Oslo Opera HouseOslo Opera House เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ร่วมสมัยของออสโล และ Visit Norway แนะนำชัดว่าจุดเด่นคือการ “เดินขึ้นหลังคา” เพื่อชมวิวเมืองและฟยอร์ด จึงเป็นแลนด์มาร์กที่ขายได้ทั้งสายถ่ายรูปและสายสถาปัตยกรรม ส่วน Vigeland Park ช่วยเติมมิติศิลปะกลางแจ้งให้เส้นทางนี้ดูมีความลึกมากขึ้น.   ท่าเรือสำราญ DFDS / Go Nordic Cruiselineเส้นทาง ออสโล–โคเปนเฮเกน เดิมที่คนคุ้นในชื่อ DFDS ปัจจุบันฝั่งเส้นทางนี้ย้ายไปภายใต้แบรนด์ Go Nordic Cruiseline ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2024 ตามข้อมูลของ DFDS จึงเป็นจุดที่ควรอัปเดตเวลาทำบทความหรือขายโปรแกรม เพราะช่วยให้ข้อมูลดูใหม่และน่าเชื่อถือขึ้น.   โคเปนเฮเกน: นางเงือกน้อย – เกฟิออน – อามาเลียนบอร์ก – Nyhavn – Strøgetฝั่งเดนมาร์กเป็นช่วงที่ขายง่ายมาก เพราะเต็มไปด้วยแลนด์มาร์กภาพจำของโคเปนเฮเกน ทั้ง The Little Mermaid, Amalienborg Palace, Nyhavn และ Strøget ซึ่งตอบโจทย์ทั้งลูกค้าที่อยากได้เมืองยุโรปเหนือสุดคลาสสิกและลูกค้าที่เน้นถ่ายรูป/ช้อปปิ้ง โดย Visit Copenhagen ระบุชัดว่า The Little Mermaid และพระราชวังอามาเลียนบอร์กเป็นแกนหลักของเมืองท่องเที่ยวฝั่งนี้. (Visit Copenhagen) เบอร์เกน – เมืองเก่าบริกเกิน – มาร์เก็ตสแควร์Bryggen คือหัวใจของเบอร์เกนในฐานะเมืองท่าประวัติศาสตร์และเป็นภาพจำของนอร์เวย์แบบบ้านไม้เรียงสีสวย ส่วน Market Square ช่วยเพิ่มฟีลเมืองท่าที่มีชีวิตชีวา เหมาะกับลูกค้าที่อยากสัมผัสเมืองนอร์เวย์ที่ดูอบอุ่นและมีเสน่ห์ต่างจากเมืองหลวง วอส – Flåmsbana – ฟลอมจุดขายแรงที่สุดของเส้นทางนี้คือ Flåm Railway (Flåmsbana) ซึ่งเว็บไซต์ทางการระบุว่าเส้นทางนี้ยาวประมาณ 20 กิโลเมตร ระหว่าง Myrdal กับ Flåm และเป็นหนึ่งในรถไฟชมวิวที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ขณะที่ Visit Bergen และ Visit Norway ต่างย้ำตรงกันว่าเป็นหนึ่งในประสบการณ์นอร์เวย์ที่ไม่ควรพลาด.  Program โดยสรุปDay 1: ออสโล – ลานกระโดดสกี – คาร์ลโจฮัน – Vigeland – Opera Houseเริ่มทริปด้วยแกนสำคัญของออสโล ทั้งแลนด์มาร์กเมือง ศิลปะ และสถาปัตยกรรมร่วมสมัยอย่าง Oslo Opera House ที่ขึ้นชมหลังคาได้. Day 2: ล่องเรือสำราญข้ามคืนสู่นครโคเปนเฮเกนเดินทางด้วยเรือสำราญเส้นทางออสโล–โคเปนเฮเกน ซึ่งปัจจุบันอัปเดตภายใต้ชื่อ Go Nordic Cruiseline ช่วยให้โปรแกรมดูหรูและมีประสบการณ์ข้ามประเทศแบบไม่น่าเบื่อ.  Day 3: โคเปนเฮเกน – นางเงือกน้อย – เกฟิออน – อามาเลียนบอร์ก – Nyhavn – Strøgetวันนี้เป็นวันของเมืองยุโรปเหนือแบบคลาสสิก เน้นแลนด์มาร์กถ่ายรูปสวยและย่านช้อปปิ้งที่เดินง่าย ขายได้ดีมากกับลูกค้าสายเมืองและครอบครัว.  Day 4: เบอร์เกน – เมืองเก่าบริกเกิน – มาร์เก็ตสแควร์เปลี่ยนอารมณ์เข้าสู่เมืองท่าของนอร์เวย์ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว บ้านไม้เก่าและบรรยากาศฟยอร์ดทำให้ช่วงนี้เป็นอีกไฮไลต์ที่ลูกค้าชอบมากDay 5: วอส – Flåmsbana – ฟลอมวันไฮไลต์ของสายธรรมชาติและรถไฟชมวิว ได้สัมผัสหนึ่งในประสบการณ์ที่ดังที่สุดของนอร์เวย์อย่าง Flåm Railway.   FAQ เที่ยวสแกนดิเนเวีย1) เที่ยวสแกนดิเนเวียช่วงไหนดี?เที่ยวได้หลายช่วง แต่ถ้าอยากเดินเมืองง่าย ถ่ายรูปสวย และนั่งรถไฟ/เรือสบาย ช่วงอากาศเย็นถึงอุ่นกำลังดีจะเหมาะมาก2) ต้องเตรียมเสื้อผ้าแบบไหน?แนะนำแต่งแบบ เลเยอร์  เพราะสแกนดิเนเวียอากาศเปลี่ยนเร็ว โดยเฉพาะเส้นทางที่มีทั้งเมือง ท่าเรือ และรถไฟภูเขาอย่าง Flåmsbana3) เอกสารที่ควรเตรียมมีอะไรบ้าง?ควรมีพาสปอร์ต เอกสารเดินทาง ตั๋วเรือ ตั๋วรถไฟ และข้อมูลโรงแรมให้พร้อม เพราะโปรแกรมนี้มีทั้งเรือสำราญและรถไฟสายชมวิว4) อินเทอร์เน็ตควรใช้แบบไหนดี?แนะนำ eSIM หรือโรมมิ่งที่ครอบคลุมยุโรปเหนือ จะสะดวกมากเพราะเส้นทางนี้เดินทางหลายประเทศในทริปเดียว5) ควรมีแอปอะไรติดมือถือ?ควรมีแอปแผนที่ แอปแปลภาษา แอปเช็กอากาศ และแอปจอง/ดูตั๋ว เพราะช่วยมากในทริปที่มีการเดินทางหลายรูปแบบ6) ของฝากแนะนำคืออะไร?เดนมาร์กเหมาะกับของดีไซน์นอร์ดิก นอร์เวย์เหมาะกับของฝากธีมฟยอร์ด โทรลล์ และงานท้องถิ่น ส่วนย่าน Strøget และเมืองท่าต่าง ๆ เหมาะกับช้อปของฝากแบบเลือกง่าย7) อาหารที่ควรลองมีอะไรบ้าง?ควรลองอาหารทะเล เมนูแซลมอน ขนมปังนอร์ดิก และของหวานท้องถิ่นตามแต่ละเมือง แต่ถ้าทานยากควรเลือกเมนูสากลควบคู่ไปด้วย8) เรื่องท้องไส้ต้องระวังอะไร?โดยรวมมาตรฐานอาหารดีมาก แต่ควรดื่มน้ำให้พอและไม่ปล่อยให้หิวเกินไปในวันที่เดินเยอะหรือนั่งรถไฟนาน9) สิ่งที่ไม่ควรพลาดในเส้นทางนี้คืออะไร?Must-do ของโปรแกรมนี้คือ Oslo Opera House, The Little Mermaid, Nyhavn, Bryggen และ Flåmsbana เพราะเป็นชุดที่ทำให้คำว่า “เที่ยวสแกนดิเนเวียครบภาพจำ” ชัดที่สุด. (Visit Norway)10) ปลั๊กไฟต้องเตรียมไหม?ควรพกหัวแปลงปลั๊กสากลติดตัวไว้ จะสะดวกที่สุดในทริปหลายประเทศ11) ผู้สูงอายุเหมาะกับทริปนี้ไหม?เหมาะ ถ้าเดินได้พอสมควร เพราะเมืองแถบนี้ค่อนข้างเป็นระบบ แต่บางวันอาจต้องเดินลานกว้างหรือขึ้นลงสถานีรถไฟ12) เด็กไปได้ไหม?ได้ครับ โดยเฉพาะครอบครัวที่อยากให้เด็กได้เห็นทั้งเมืองสวย เรือสำราญ และรถไฟชมวิวในทริปเดียวเส้นทาง SCANDINAVIA นอร์เวย์ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ สวีเดน เป็นโปรแกรมที่ขายง่ายมาก เพราะได้ครบทั้ง เมืองหลวงยุโรปเหนือ, เรือสำราญข้ามประเทศ, เมืองท่าคลาสสิก, และ Flåmsbana ซึ่งเป็นไฮไลต์ตัวจริงของนอร์เวย์ เหมาะกับลูกค้าที่อยากเที่ยวสแกนดิเนเวียแบบคุ้ม ครบ และมีภาพสวยทุกวัน.  ช่องทางติดต่อ SC HolidaySC Holidayบริษัททัวร์ครบวงจร ใบอนุญาตเลขที่ 11/11210บริการทัวร์ในประเทศ–ต่างประเทศ, จัดประชุมสัมมนา, CSR Trip, ทัวร์กอล์ฟ, ครอบครัว, นักเรียน และโปรแกรม Tailor-made  092-283-9997 | 081-870-6343www.scholiday.co.thLine OA: @zjw1568v 

อังกฤษ สก็อตแลนด์ เวลส์

อังกฤษ สก็อตแลนด์ เวลส์

15

 UK Classic North Route: London – Cotswolds – Lake District – Edinburgh – Yorkเส้นทางนี้คือ “อังกฤษ–สกอตแลนด์แบบคุ้มภาพและคุ้มเรื่องเล่า” เก็บครบ 3 บรรยากาศในทริปเดียว:   https://www.scholiday.co.th/tour/ap23508เมืองหลวงและมรดกโลก (London/Stonehenge)ชนบทอังกฤษที่สวยเหมือนโปสการ์ด (Cotswolds: Bourton-on-the-Water, Bibury)ธรรมชาติอังกฤษเหนือ + เมืองสกอตแลนด์ระดับไอคอน (Windermere/Lake District + Edinburgh) และปิดท้ายเมืองยุคกลางที่มีเสน่ห์ที่สุดอย่าง York (York Minster, The Shambles)เส้นทางที่คุณให้ยังครอบคลุมเมืองสำคัญด้านวัฒนธรรมและฟุตบอลอย่าง Birmingham, Liverpool, Manchester พร้อมช้อปปิ้งที่ Bicester Village (Bicester) เหมาะกับลูกค้าที่อยาก “เที่ยวครบ–เดินทางไหลลื่น–ได้รูปสวยทุกวัน”ทริปนี้เล่าเรื่อง “เมืองต่อเมือง” แบบไหลลื่น เริ่มจาก เอดินเบอระ (Edinburgh) เมืองหลวงสกอตแลนด์ที่ถูกขนานนามว่า Athens of the North—เมืองเก่าตั้งบนเนินเขาให้ภาพสวยทุกมุม เดินถนน Royal Mile ที่เชื่อมประวัติศาสตร์สองฝั่งเมือง แวะ Edinburgh Castle บนเนินเขา เห็นสมบัติราชวงศ์และบรรยากาศเมืองแม่มดที่หลายคนโยงกับโลก Harry Potter ต่อด้วยจุดชมวิว Calton Hill ผ่าน Scottish Parliament แวะร้าน The Elephant House ที่มีเรื่องเล่าว่า J.K. Rowling เคยมานั่งเขียน แล้วปิดช่วงเมืองด้วยการเดินเล่น Princes Street ถนนช้อปที่คึกคักก่อนมุ่งสู่ นิวคาสเซิล เพื่อพักค้างคืนเช้าวันถัดมาเข้าสู่ ยอร์ก (York) เมืองกำแพงโบราณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบ 2,000 ปี ชมด้านหน้า York Minster มหาวิหารใหญ่ที่ใช้เวลาก่อสร้างยาวนาน และเดินเข้าตรอก The Shambles ถนนเก่าที่ถูกพูดถึงว่าเป็นแรงบันดาลใจ “ตรอกไดแอกอน” ใน Harry Potter จากนั้นเปลี่ยนบรรยากาศไปธรรมชาติที่ วินเดอร์เมียร์ (Windermere) ในเขต Lake District เมืองเล็กริมทะเลสาบที่ให้ฟีลพักใจ ชมวิวบ้านเรือนริมฝั่งและธรรมชาติบริสุทธิ์แบบอังกฤษเหนือจากธรรมชาติสู่เมืองกีฬาอย่าง แมนเชสเตอร์ (Manchester) เมืองใหญ่ของอังกฤษเหนือที่มีวัฒนธรรมฟุตบอลเข้มข้น โปรแกรมพาเข้าชม Old Trafford สนามแมนฯยูฯ และให้เวลาช้อปในเมกะสโตร์ จากนั้นไป ลิเวอร์พูล (Liverpool) เมืองท่าทรงเสน่ห์และเมืองกำเนิด Beatles เก็บภาพหน้า Anfield และเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัยก่อนพักค้างคืนวันต่อมาเปลี่ยนโทนเป็นชนบทอังกฤษใน คอตส์โวลส์ (Cotswolds) เริ่มที่ Bourton-on-the-Water “เวนิสแห่งคอตส์โวลส์” ที่มีลำธารไหลกลางหมู่บ้านและสะพานหินเรียงเป็นช่วง ๆ ถ่ายรูปสวยแบบโปสการ์ด ต่อด้วย Bibury หมู่บ้านที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งของอังกฤษ เดินชมบ้านหินโบราณ Arlington Row แล้วเดินทางสู่ คาร์ดิฟฟ์ (Cardiff) เมืองหลวงเวลส์ ผ่าน City Hall และแวะถ่ายภาพ Cardiff Castle (ภายนอก) ก่อนพักค้างคืนจากคาร์ดิฟฟ์เข้าสู่ บาธ (Bath) เมืองมรดกโรมันบนเกาะอังกฤษ เดินเล่นเมืองเก่าและเก็บภาพ Roman Bath (ภายนอก) ก่อนผ่านทุ่งราบ Salisbury Plain ไปชม Stonehenge แบบรวมค่าเข้าบริเวณด้านใน แล้วต่อด้วยช้อปปิ้งแบรนด์เนมที่ Bicester Village Outlet ก่อนเข้าสู่ ลอนดอน (London) เพื่อพักช่วงลอนดอนคือการปิดทริปแบบ “มหานคร + ความทรงจำภาพยนตร์” เริ่มด้วย Warner Bros. Studio Tour – Harry Potter ชมฉากจริงและเบื้องหลังทั้ง 8 ภาค แล้วเข้าสู่ตัวเมืองลอนดอนเดินย่านการค้า Oxford/Regent Street ต่อด้วยวันชมเมืองแบบไฮไลต์: เข้าชม Tower of London (ด้านใน) และล่องเรือ แม่น้ำเทมส์ เก็บภาพแลนด์มาร์กหลักอย่างรัฐสภา–บิ๊กเบน–เวสต์มินสเตอร์–ทาวเวอร์บริดจ์–บักกิงแฮม ก่อนปิดท้ายช้อปย่าน Knightsbridge / Harrods แล้วเดินทางกลับ Highlight  1) Stonehengeวงหินปริศนายุคก่อนประวัติศาสตร์ที่เป็นสัญลักษณ์ของอังกฤษ ให้ฟีล “ครั้งหนึ่งต้องไปเห็นด้วยตา” เหมาะสำหรับภาพเปิดทริปและเรื่องเล่าเชิงมรดกโลก 2) Cotswolds: Bourton-on-the-Waterหมู่บ้านริมน้ำที่ได้ชื่อว่า “Venice of the Cotswolds” บ้านหินสีอ่อนกับสะพานเล็ก ๆ และลำธารกลางหมู่บ้าน ถ่ายรูปสวยมากแบบไม่ต้องพยายาม  3) Cotswolds: Bibury (Arlington Row)ภาพจำของชนบทอังกฤษ บ้านหินเรียงแถวสุดคลาสสิก เป็นหนึ่งในจุดที่นิยมที่สุดของ Cotswolds เหมาะกับสายถ่ายภาพและลูกค้าที่ชอบบรรยากาศอังกฤษแท้ 4) Lake District: Windermereโซนธรรมชาติที่ช่วยบาลานซ์ทริปเมืองและหมู่บ้าน ได้วิวทะเลสาบกว้าง ภูเขา และบรรยากาศสงบ เหมาะพักสายตาและทำคอนเทนต์ธรรมชาติ  5) Edinburgh Castle + Calton Hillเอดินเบิร์กคือ “เมืองที่เดินแล้วเหมือนอยู่ในฉากหนัง” ไฮไลต์หลักคือปราสาทบนโขดหินมุมสูง และ Calton Hill ที่ได้วิวเมืองแบบพาโนรามา (เหมาะสำหรับภาพสรุปเมืองสกอตแลนด์)  6) Royal Mile + Scottish ParliamentRoyal Mile คือถนนประวัติศาสตร์ที่เชื่อมเมืองเก่า (Old Town) กับโซนสำคัญของเมือง เดินแล้วได้ทั้งสถาปัตยกรรม หินถนนเก่า ร้านของฝาก และบรรยากาศสกอตแลนด์ชัด ๆ 7) York Minsterมหาวิหารกอธิกระดับไอคอนของอังกฤษเหนือ ภายนอกอลังการ ถ่ายภาพสถาปัตยกรรมได้คมและดูพรีเมียม เหมาะเป็นไฮไลต์ปลายทริป 8) The Shambles (แรงบันดาลใจตรอก Diagon Alley – Harry Potter)ตรอกยุคกลางที่มีอาคารยื่นซ้อนกันเป็นเอกลักษณ์ เดินสนุก ถ่ายรูปสตรีทสวย และเป็น “จุดขายสาย Harry Potter” ที่ลูกค้าชอบมาก   FAQ  เส้นทางนี้เหมาะกับใคร?เหมาะกับลูกค้าที่อยากได้ทริป “เมืองดัง + ชนบทอังกฤษ + ธรรมชาติ + สกอตแลนด์” ในครั้งเดียว และเน้นถ่ายภาพ/สถาปัตยกรรม/บรรยากาศเมืองเก่าStonehenge ใช้เวลาเที่ยวประมาณกี่ชั่วโมง?โดยทั่วไปเผื่อ 2–3 ชั่วโมงสำหรับศูนย์บริการผู้เยี่ยมชม จุดชมวงหิน และถ่ายภาพ (ไม่เร่ง)Cotswolds ควรเน้น Bourton-on-the-Water หรือ Bibury?ถ้าชอบเดินเล่นริมน้ำและคาเฟ่ ให้เน้น Bourton-on-the-Water; ถ้าชอบภาพหมู่บ้านอังกฤษคลาสสิก ให้เน้น Bibury (Arlington Row)Lake District/Windermere ต้องเตรียมเสื้อผ้าแบบไหน?ควรมีเสื้อกันลม/กันฝนบาง ๆ เพราะอากาศเปลี่ยนไว และรองเท้าเดินสบายสำหรับจุดชมวิวริมทะเลสาบEdinburgh Castle ควรไปช่วงเช้าหรือบ่าย?ช่วงเช้าคนมักน้อยกว่าและเดินชมได้สบาย ถ้าอยากได้แสงสวยสำหรับเมือง ให้เผื่อช่วงบ่ายแก่ถ่ายภาพวิวเมืองRoyal Mile คืออะไร?ถนนประวัติศาสตร์เส้นหลักของเอดินเบิร์ก (Old Town) ที่เต็มไปด้วยอาคารเก่า ร้านของฝาก และจุดถ่ายรูปคลาสสิกYork Minster ต้องเข้าไปด้านในไหม?ถ้าลูกค้าชอบสถาปัตยกรรม/ประวัติศาสตร์ แนะนำเข้าชมด้านในเพื่อความคุ้ม แต่ถ้าต้องการเน้นภาพภายนอก จุดรอบมหาวิหารก็สวยมากแล้วThe Shambles เกี่ยวกับ Harry Potter จริงไหม?เป็น “แรงบันดาลใจ/อารมณ์ใกล้เคียง” ที่คนมักเชื่อมกับตรอก Diagon Alley เพราะรูปทรงถนนและอาคารยื่นซ้อนกัน (ไม่ใช่โลเคชันถ่ายทำโดยตรง)Bicester Village ควรเผื่อเวลาช้อปเท่าไร?แนะนำอย่างน้อย 3–4 ชั่วโมงสำหรับเดินร้านหลัก ๆ และพักทานอาหารเส้นทางนี้เดินทางหนักไหม?เป็นเส้นทางยาวที่ “เปลี่ยนเมืองต่อเนื่อง” แต่คุ้มเพราะได้ครบหลายภูมิภาค หากจัดจังหวะพักดี (เช่น Lake District) จะช่วยลดความล้าได้มาก ติดต่อ Scholidayโทร: 092-283-9997 | 081-870-6343เว็บไซต์: www.scholiday.co.thLINE OA: @zjw1568vใบอนุญาตนำเที่ยวเลขที่ 11/11210

MACAO–ZHUHAI CHIMELONG SPACESHIP PARK

MACAO–ZHUHAI CHIMELONG SPACESHIP PARK

99

 MACAO–ZHUHAI CHIMELONG SPACESHIP PARK   https://www.scholiday.co.th/tour/ap25020เริ่มต้นทริปที่มาเก๊า ก่อนข้ามด่านเข้าสู่จูไห่ เมืองริมทะเลที่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศสบายและแลนด์มาร์กถ่ายรูปสวย ๆ จุดแรกคือ “โรงละครหอยไข่มุก” (Zhuhai Opera House) สัญลักษณ์ของเมืองที่ดีไซน์โดดเด่นริมอ่าว ถ่ายภาพออกมาได้ฟีลโมเดิร์นพรีเมียม ต่อด้วย “จูไห่ฟิชเชอร์เกิร์ล” รูปปั้นหญิงชาวประมงถือไข่มุก จุดเช็คอินคลาสสิกที่ให้ภาพเมืองทะเลแบบโรแมนติก จากนั้นไปเดินเล่นถนนคู่รัก (Lovers’ Road) เส้นทางเลียบทะเลที่เหมาะกับการรับลม ชมวิว และเก็บภาพบรรยากาศเมืองริมอ่าวแบบชิล ๆ ช่วงต่อมาเปลี่ยนโหมดเป็นไลฟ์สไตล์และความอร่อย แวะ PONTO SQUARE เพิ่มสีสันการเดินเล่นและถ่ายภาพเมือง จากนั้นอิ่มพิเศษด้วยเมนูระดับพรีเมียม “เป๋าฮื้อคู่ไวน์แดง” ที่ช่วยเติมความรู้สึกหรูและคุ้มค่าให้ทริปสั้น ๆ นี้ ก่อนเข้าสู่ช่วงช้อปปิ้งตามไฮไลต์ ทั้งร้านบัวหิมะ ร้านหยก และร้านผ้าไหม ซึ่งเป็นสินค้ายอดนิยมของเส้นทางนี้ เหมาะซื้อเป็นของฝากหรือเลือกซื้อใช้เองแบบได้มาตรฐาน ไฮไลต์ใหญ่ของทริปคือวันสนุกเต็มอิ่มที่ CHIMELONG SPACESHIP PARK (รวมค่าเข้าสวนสนุกแล้ว) จุดหมายที่ออกแบบธีมเหมือนยานอวกาศ รวมโซนอควาเรียมขนาดใหญ่ โซนเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ทางทะเล และกิจกรรมที่เหมาะทั้งครอบครัวและสายคอนเทนต์ ใช้เวลาได้ทั้งวันแบบไม่เร่ง ได้ทั้งความสนุกและภาพถ่ายที่ดูแปลกตาไม่ซ้ำทริปทั่วไป ปิดท้ายกลับสู่มาเก๊าเพื่อเก็บเสน่ห์เมืองมรดกโลก เริ่มจากศาลเจ้านาจา สถานที่ศรัทธาที่มีความเป็นเอกลักษณ์ จากนั้นไปวัดอาม่า (เจ้าแม่กวนอิมริมทะเล) วัดเก่าแก่สำคัญของมาเก๊าที่บรรยากาศสงบและสถาปัตยกรรมจีนคลาสสิก ก่อนจบทริปที่ “โบสถ์เซนต์พอล” (Ruins of St. Paul’s) ไอคอนประจำเมืองสำหรับภาพปิดท้ายแบบมาเก๊าแท้ ๆ เดินถ่ายรูปสตรีท ชมสถาปัตย์ และเก็บบรรยากาศเมืองเก่าให้ครบก่อนเดินทางกลับอย่างประทับใจ Day 1 ดอนเมือง–มาเก๊า / ข้ามด่านสู่จูไห่ / จุดถ่ายรูปเมืองริมทะเล: โรงละครหอยไข่มุก (Zhuhai Opera House), Zhuhai Fisher Girl, เดินเล่น ถนนคู่รัก (Lovers’ Road) และบรรยากาศย่าน Ponto/Senado Square (ตามโปรแกรม)Day 2 สนุกเต็มวัน CHIMELONG SPACESHIP PARK (รวมบัตร) โลกอควาเรียม–โซนธีมอวกาศ–โชว์ และกิจกรรมครอบครัวDay 3 กลับมาเก๊า: ศาลเจ้านาจา (Na Tcha Temple), วัดอาม่า (A-Ma Temple), โบสถ์เซนต์พอล (Ruins of St. Paul’s) ก่อนเดินทางกลับไฮไลต์แหล่งท่องเที่ยว  1) CHIMELONG SPACESHIP PARK (จูไห่)แลนด์มาร์กสายครอบครัว–สายวิทย์–สายถ่ายรูป ตัวอาคารดีไซน์เหมือนยานอวกาศ ภายในรวมโซนอควาเรียมขนาดใหญ่ โชว์ และเครื่องเล่น/กิจกรรมแนว “Edutainment” ใช้เวลาได้ทั้งวันแบบไม่เบื่อ2) Zhuhai Opera House “หอยไข่มุก”สัญลักษณ์ของจูไห่ ดีไซน์รูปเปลือกหอยคู่ริมทะเล ถ่ายรูปสวยทั้งกลางวันและช่วงแสงเย็น เหมาะทำภาพปกทริปมาก3) Zhuhai Fisher Girlรูปปั้นหญิงชาวประมงถือไข่มุก แลนด์มาร์กริมอ่าวที่ให้ฟีล “เมืองทะเลจีนแบบโรแมนติก” เหมาะแวะถ่ายภาพคู่กับเส้นขอบฟ้า4) Lovers’ Road (ถนนคู่รัก)ถนนเลียบทะเลสุดชิลของจูไห่ เดินเล่นสบาย ๆ รับลมทะเล มุมภาพยาว ๆ ริมราวกั้นและแนวต้นปาล์มสวยมาก โดยเฉพาะช่วงเย็น5) Senado Square (มาเก๊า)จัตุรัสกลางเมืองเก่า พื้นลายคลื่นสไตล์โปรตุเกส รายล้อมด้วยอาคารโคโลเนียล เหมาะเดินเล่น ถ่ายสตรีท และต่อเส้นทางไปจุดมรดกโลกใกล้เคียง6) Ruins of St. Paul’s (โบสถ์เซนต์พอล)ซากโบสถ์หินอายุกว่า 300 ปี จุดถ่ายรูป “ต้องมี” ของมาเก๊า เดินขึ้นบันไดแล้วได้ภาพหน้าฟาซาดแบบไอคอนิก7) A-Ma Temple (วัดอาม่า)วัดเก่าแก่สำคัญของมาเก๊า บรรยากาศสงบ สถาปัตย์จีนคลาสสิก เหมาะทั้งไหว้ขอพรและเก็บภาพมุมหลังคา–กำแพงวัด8) Na Tcha Temple (ศาลเจ้านาจา)ศาลเจ้าขนาดกะทัดรัดแต่มีเสน่ห์ อยู่ใกล้ย่านประวัติศาสตร์ ถ่ายภาพสถาปัตย์จีนแบบละเอียด ๆ ได้สวยมาก โดยเฉพาะช่วงค่ำFAQ  CHIMELONG SPACESHIP PARK ใช้เวลากี่ชั่วโมงถึงคุ้ม?แนะนำเผื่อเวลา เกือบเต็มวัน เพื่อเก็บโซนอควาเรียม โชว์ และกิจกรรมหลักให้ครบแบบไม่รีบทริปนี้เหมาะกับเด็กไหม?เหมาะมาก เพราะเป็นทริปแนว Family + Theme Park เดินทางสั้น ไม่ย้ายเมืองถี่Lovers’ Road ควรไปช่วงไหนสวยสุด?ช่วง เย็นถึงหัวค่ำ แสงนุ่ม ลมทะเลดี ได้ภาพริมอ่าวสวยเป็นพิเศษจุดถ่ายรูปเมืองจูไห่ที่ห้ามพลาดคืออะไร?3 จุดหลักคือ Zhuhai Opera House (หอยไข่มุก), Zhuhai Fisher Girl, และ Lovers’ RoadSenado Square อยู่ใกล้อะไร ไปต่อที่ไหนสะดวก?อยู่ในย่านมรดกโลก เดินต่อไป Ruins of St. Paul’s และจุดประวัติศาสตร์อื่น ๆ ได้สะดวกRuins of St. Paul’s ต้องเผื่อเวลาเท่าไร?เผื่อเวลา ประมาณ 60–90 นาที สำหรับถ่ายภาพ เดินขึ้นบันได และชมบรรยากาศโดยรอบวัดอาม่า (A-Ma Temple) ต้องแต่งกายแบบไหน?แต่งกายสุภาพ ปิดไหล่–เข่า เพื่อความเหมาะสมในการเข้าวัดและถ่ายภาพศาลเจ้านาจา (Na Tcha Temple) เด่นตรงไหน?เด่นที่เป็นศาลเจ้าจีนขนาดกะทัดรัดในย่านประวัติศาสตร์ ถ่ายภาพรายละเอียดสถาปัตย์ได้สวยทริปนี้เหมาะกับสายคอนเทนต์ไหม?เหมาะมาก เพราะมีทั้ง สวนสนุกธีมอวกาศ, สตรีทมาเก๊า, และ วิวทะเลจูไห่ ได้ภาพหลายสไตล์ในทริปเดียวควรเตรียมอะไรเป็นพิเศษ?รองเท้าเดินสบาย + เสื้อคลุมบาง (โซนในอาคาร/ลมทะเล) และแบตสำรองสำหรับถ่ายรูปทั้งวันติดต่อ Scholidayโทร: 092-283-9997 | 081-870-6343เว็บไซต์: www.scholiday.co.thLINE OA: @zjw1568vใบอนุญาตนำเที่ยวเลขที่ 11/11210

ไอซ์แลนด์  Sky Lagoon Golden Circle Jokulsarlon Glacier Lagoon

ไอซ์แลนด์ Sky Lagoon Golden Circle Jokulsarlon Glacier Lagoon

77

 Amazing Iceland 9 วัน 7 คืน    https://www.scholiday.co.th/tour/ap11356Sky Lagoon • Golden Circle • Jökulsárlón Glacier Lagoon • Snowmobile • Blue Lagoon • Kirkjufell • Whale WatchingAmazing Iceland คือทริปที่พาคุณไปสัมผัส “ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแบบไอซ์แลนด์” ในจังหวะที่พอดีระหว่างความตื่นตาและการพักผ่อน เก็บครบทั้งสปาธรรมชาติระดับโลก จุดไอคอนิกของประเทศ และกิจกรรมที่ทำให้ภาพจำของไอซ์แลนด์ชัดขึ้นในทุกวัน เดินทางครั้งเดียวได้ทั้งความอลังการของธารน้ำแข็ง ภูมิประเทศไฟและน้ำของโลกเหนือ และประสบการณ์พรีเมียมที่หาได้เฉพาะที่นี่เริ่มต้นด้วย Sky Lagoon สปากลางธรรมชาติที่ให้ความรู้สึก “พักใจริมมหาสมุทร” ตัวลากูนออกแบบให้มองเห็นเส้นขอบฟ้าแบบอินฟินิตี้ เหมาะกับการปรับตัวจากการเดินทางให้ร่างกายผ่อนคลายก่อนเริ่มลุยเส้นทางธรรมชาติจริงจัง วันแรก ๆ ของทริปจึงไม่ใช่แค่เที่ยว แต่เป็นการตั้งโทนให้ไอซ์แลนด์กลายเป็นประสบการณ์ที่ละเมียดขึ้น ทั้งกลิ่นอายทะเล ลมเย็น และความอบอุ่นจากน้ำร้อนที่ไหลขึ้นมาจากพลังใต้พิภพจากนั้นเข้าสู่ Golden Circle เส้นทางไฮไลต์ที่ใครมาไอซ์แลนด์ก็ต้องเก็บ เพราะเป็น “บทเรียนธรรมชาติแบบฉบับย่อ” ของประเทศ คุณจะได้เห็นพลังของโลกในรูปแบบที่จับต้องได้ ตั้งแต่พื้นที่ธรณีแปรสภาพที่มีไอน้ำพวยพุ่งขึ้นจากพื้น ไปจนถึงน้ำพุร้อนที่ปะทุเป็นจังหวะ และน้ำตกที่แรงจนละอองลอยเป็นหมอกละเอียดเหนือหน้าผา Golden Circle ไม่ใช่แค่สวย แต่ทำให้เข้าใจว่าทำไมไอซ์แลนด์ถึงถูกเรียกว่าแผ่นดินแห่งไฟและน้ำอย่างแท้จริงเมื่อเดินทางต่อไปยังฝั่งธารน้ำแข็ง ภาพของไอซ์แลนด์จะเปลี่ยนเป็นโทน “ขาว–ฟ้า–เทา” และนี่คือช่วงที่ Jökulsárlón Glacier Lagoon ทำหน้าที่เป็นพระเอกของทริป ทะเลสาบแห่งนี้เต็มไปด้วยภูเขาน้ำแข็งลอยอยู่บนผิวน้ำอย่างเงียบสงบ บางก้อนใสเหมือนแก้ว บางก้อนมีลายฟ้าเข้มตามชั้นน้ำแข็งที่ถูกบีบอัดมานับร้อยปี แค่ยืนมองก็เหมือนอยู่ในฉากภาพยนตร์ และถ้าได้เดินต่อไปยังบริเวณชายหาดใกล้เคียง จะยิ่งได้เห็นน้ำแข็งใสถูกคลื่นพัดขึ้นฝั่งจนดูเหมือน “เพชร” วางอยู่บนทรายสีเข้ม เป็นภาพที่ช่างภาพทั่วโลกตามหาเพื่อเติมความมันส์ให้ครบอารมณ์ ทริปนี้ใส่กิจกรรม Snowmobile บนธารน้ำแข็งไว้เป็นช่วงพีคของความตื่นเต้น คุณจะได้ขับผ่านทุ่งหิมะกว้างสุดสายตา ลมหนาวกระทบหน้า และความรู้สึกที่บอกได้คำเดียวว่า “นี่แหละไอซ์แลนด์” เป็นกิจกรรมที่ทั้งได้ภาพเท่และได้ประสบการณ์จริงที่ต่างจากการชมวิวแบบยืนดู เพราะคุณได้ “อยู่บน” ธารน้ำแข็งจริง ๆหลังจากวันธรรมชาติหนัก ๆ การกลับมาให้ร่างกายได้พักเป็นสิ่งที่ทำให้ทริปดูพรีเมียมขึ้นอย่างชัดเจน และ Blue Lagoon คือคำตอบของการพักผ่อนแบบไอซ์แลนด์แท้ น้ำสีฟ้าน้ำนมที่เกิดจากธรณีความร้อนใต้พิภพทำให้บรรยากาศเหมือนอยู่ในโลกอีกใบ เหมาะกับการแช่น้ำอุ่นให้กล้ามเนื้อคลายตัว และปิดวันด้วยความรู้สึกสบายที่ค่อย ๆ ซึมเข้าไปแทนความเหนื่อยล้าจากการเดินทางอีกหนึ่งภาพจำของไอซ์แลนด์คือ Kirkjufell ภูเขาทรงกรวยที่โด่งดังระดับโลก เพราะมีมุมคลาสสิกที่ถ่ายได้ทั้งภูเขาและน้ำตกในเฟรมเดียว มุมนี้ไม่ใช่แค่ถ่ายสวย แต่เป็นภาพที่ทำให้คนเห็นแล้วรู้ทันทีว่า “นี่คือไอซ์แลนด์” เป็นจุดที่เหมาะสำหรับคนที่รักการถ่ายภาพ และอยากได้ภาพปกทริปที่สวยแบบไม่ต้องอธิบายมากปิดท้ายด้วย Whale Watching ใกล้เรคยาวิก ประสบการณ์ที่ทำให้ทริปธรรมชาติสมบูรณ์ขึ้น เพราะคุณไม่ได้แค่เห็นภูมิประเทศ แต่ได้เห็น “ชีวิต” ของทะเลเหนือจริง ๆ การออกเรือไปมองหาวาฬเป็นกิจกรรมที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและความตื่นเต้นแบบธรรมชาติ เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นจริงตามสภาพอากาศและจังหวะของสัตว์ทะเล แต่เมื่อวาฬโผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำ ความรู้สึกนั้นมักเป็นช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่จำได้นานที่สุดของทั้งทริป ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ Amazing Iceland เป็นทริป “มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ” ที่คุ้มทั้งภาพและประสบการณ์ในครั้งเดียว คุณจะได้เห็นความยิ่งใหญ่แบบธารน้ำแข็ง ได้สนุกกับกิจกรรมบนหิมะ ได้พักผ่อนในสปาธรรมชาติระดับโลก และได้เก็บแลนด์มาร์กที่เป็นภาพจำของไอซ์แลนด์ครบในเส้นทางเดียว เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวให้เต็มอิ่มแบบพรีเมียม โดยไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างความสวย ความสนุก และความสบายHighlight และคำอธิบาย (ใช้งานหน้าเว็บได้ทันที)1) Sky Lagoon (Reykjavík)ลากูนขอบอินฟินิตี้ติดทะเล ให้ฟีล “ออนเซ็นไอซ์แลนด์แบบร่วมสมัย” พร้อมพิธี Sky Ritual (7-step) สำหรับคนที่ชอบสปาพรีเมียมและวิวมหาสมุทร (skylagooniceland.is)2) Golden Circle (Þingvellir – Geysir – Gullfoss)เส้นทางคลาสสิกที่รวม 3 สถานที่ดังไว้ในวันเดียว: อุทยาน Þingvellir, พื้นที่น้ำพุร้อน Geysir (Strokkur), และน้ำตก Gullfoss เหมาะสำหรับคนที่อยากเห็น “ธรณีวิทยาไอซ์แลนด์” แบบครบจบ (visiticeland.com)3) Snowmobile บนธารน้ำแข็ง (เช่น Langjökull)ประสบการณ์ลุยหิมะแบบแอดเวนเจอร์ ได้ภาพเท่ ๆ และสัมผัสภูมิประเทศขาวโพลนของไอซ์แลนด์แบบใกล้ชิด4) Jökulsárlón Glacier Lagoonทะเลสาบธารน้ำแข็งที่มีภูเขาน้ำแข็งลอยเต็มผืนน้ำ เป็นหนึ่งในจุดธรรมชาติที่ “ไอคอนที่สุด” ของไอซ์แลนด์ และมีทัวร์เรือให้ชมใกล้ ๆ (Vatnajökulsþjóðgarður)5) Diamond Beach (คู่กับ Jökulsárlón)ชายหาดทรายดำที่มีเศษน้ำแข็งใสเกยฝั่ง ดูเหมือน “เพชรบนผืนผ้ากำมะหยี่” เป็นจุดถ่ายภาพที่โดดเด่นมาก6) Blue Lagoonสปาน้ำแร่ภูเขาไฟสีฟ้าน้ำนมระดับโลก ใกล้ Keflavík/Grindavík เป็นไฮไลต์สายผ่อนคลายที่นิยมมากและควรจองล่วงหน้า (Blue Lagoon Iceland)7) Kirkjufell (Snæfellsnes)ภูเขาทรงกรวยที่ขึ้นชื่อเรื่องภาพ “ภูเขา + น้ำตก” เป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปยอดนิยมของไอซ์แลนด์8) Whale Watchingล่องเรือออกไปชมวาฬ (นิยมจาก Reykjavík) เหมาะกับคนที่อยากได้ประสบการณ์ธรรมชาติแบบ “เจอตัวจริง”FAQGolden Circle Iceland คืออะไร และมีจุดไหนบ้างGolden Circle คือเส้นทางยอดนิยมใกล้ Reykjavík ที่รวม Þingvellir National Park, Geysir geothermal area (Strokkur) และน้ำตก Gullfoss ในทริปวันเดียว เหมาะกับการเริ่มต้นเที่ยวไอซ์แลนด์แบบคุ้มเวลา  ควรไป Strokkur Geyser ช่วงไหนถึงจะเห็นพุ่งชัดStrokkur ปะทุเป็นรอบ ๆ ตลอดวัน โอกาสเห็นสูงมาก แนะนำเตรียมเสื้อกันลมและระวังละอองน้ำ/ไอน้ำในพื้นที่Jökulsárlón Glacier Lagoon ต้องจองเรือไหมถ้าต้องการนั่งเรือชมภูเขาน้ำแข็งใกล้ ๆ ควรจองล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงพีกซีซัน เพราะเป็นกิจกรรมยอดนิยมของ Jökulsárlón  Diamond Beach อยู่ใกล้ Jökulsárlón แค่ไหนDiamond Beach อยู่บริเวณใกล้ทางน้ำออกสู่ทะเลของ Jökulsárlón (โซนเดียวกันในการเที่ยว) เหมาะจัดเป็นแพ็กคู่สำหรับถ่ายภาพ  Blue Lagoon ต้องจองล่วงหน้าไหม และเด่นเรื่องอะไรควรจองล่วงหน้า Blue Lagoon เด่นเรื่องน้ำแร่สีฟ้าน้ำนมจากธรณีความร้อนใต้พิภพ และประสบการณ์สปาพรีเมียม (Blue Lagoon Iceland)Sky Lagoon ต่างจาก Blue Lagoon อย่างไรSky Lagoon ให้บรรยากาศลากูนติดทะเลและมีพิธี 7-step ritual ส่วน Blue Lagoon เน้นน้ำแร่สีฟ้าน้ำนมและสิ่งอำนวยความสะดวกสปาขนาดใหญ่ ทั้งสองแบบเหมาะกับสายผ่อนคลายแต่คนละฟีล  Snowmobile ที่ไอซ์แลนด์ต้องเตรียมอะไรโดยทั่วไปผู้ให้บริการจะมีชุดกันหนาวและอุปกรณ์ความปลอดภัยให้ แนะนำใส่เลเยอร์ด้านในให้ความอบอุ่น และเตรียมถุงมือ/ผ้าปิดหน้าเพิ่มตามความไวต่อความหนาวKirkjufell ถ่ายรูปมุมไหนสวยสุดมุมยอดนิยมคือเฟรม “Kirkjufell + น้ำตก (Kirkjufellsfoss)” ได้ทั้งภูเขาทรงกรวยและสายน้ำในภาพเดียว เหมาะทำภาพปกทริปWhale Watching จาก Reykjavík เจอวาฬจริงไหมการเจอสัตว์ทะเลขึ้นกับธรรมชาติ แต่ทัวร์ Whale Watching เป็นกิจกรรมยอดนิยมและมีโอกาสพบวาฬตามฤดูกาล/สภาพทะเล โดยผู้ประกอบการจะมีคำแนะนำด้านความปลอดภัยครบไอซ์แลนด์ 9 วัน 7 คืน ควรเน้นอะไรให้คุ้มที่สุดถ้าอยาก “คุ้มภาพและประสบการณ์” ให้จัด 3 แกนหลัก: เส้นทางธรรมชาติ (Golden Circle + Jökulsárlón/Diamond Beach), กิจกรรมพรีเมียม (Snowmobile + Whale Watching), และสปาธรรมชาติ (Sky Lagoon + Blue Lagoon)  ติดต่อ Scholidayโทร: 092-283-9997 | 081-870-6343เว็บไซต์: www.scholiday.co.thLINE OA: @zjw1568vใบอนุญาตนำเที่ยวเลขที่ 11/11210  

Taiwan ไทเป–จีหลง–สุริยันจันทรา

Taiwan ไทเป–จีหลง–สุริยันจันทรา

9

Taiwan ไทเป–จีหลง–สุริยันจันทรา  https://www.scholiday.co.th/tour/ap24994 ไทเป – จีหลง – ทะเลสาบสุริยันจันทรา – วัดพระถังซัมจั๋ง – วัดเหวินหวู่ – ชิมชาอู่หลง – ตึกไทเป 101 (ไม่รวมบัตรขึ้นชั้น 89) – เหราเหอไนท์มาร์เก็ต – ร้านเครื่องสำอาง – ร้านพายสับปะรด – ท่าเรือประมงเจิ้นปิง – หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น – วัดหลงซาน – Duty Free – ซีเหมินติง โปรแกรมนี้เป็นเส้นทาง “คุ้มเวลา” เพราะได้ครบทั้งเมืองใหญ่ (Taipei) เมืองท่าและสีสันริมทะเล (Keelung) และธรรมชาติระดับไอคอนของไต้หวัน (Sun Moon Lake) พร้อมแลนด์มาร์กถ่ายรูป จุดช้อป และไนท์มาร์เก็ตที่คนไทยชอบ Highlight ที่ห้ามพลาด 1) ทะเลสาบสุริยันจันทรา (Sun Moon Lake) จุดขายคือวิวทะเลสาบโอบด้วยภูเขา บรรยากาศสงบ เหมาะกับภาพวิวกว้างและช่วงแสงเช้า–เย็น 2) วัดเหวินหวู่ (Wenwu Temple) ริมทะเลสาบ วัดบนไหล่เขาที่มองลงเห็นทะเลสาบ มุมสถาปัตย์และหลังคาวัดสวยมาก โดยเฉพาะช่วงแสงเย็น 3) วัดพระถังซัมจั๋ง (Xuanzang Temple) วัดที่นิยมแวะคู่กับเส้นทางรอบทะเลสาบ ให้บรรยากาศสงบและวิวธรรมชาติ เหมาะกับสายไหว้พระและสายถ่ายภาพโทนสงบ 4) ชิมชาอู่หลง (Oolong Tea Tasting) กิจกรรมที่ทำให้ทริป “ได้รสชาติไต้หวัน” จริง เหมาะซื้อของฝากและเรียนรู้การชงชาแบบท้องถิ่น 5) ไทเป 101 (Taipei 101) และมุมเมือง แลนด์มาร์กหลักของไทเป เหมาะถ่ายภาพสกายไลน์และเช็คอิน (โปรแกรมระบุไม่รวมบัตรขึ้นชั้น 89) 6) เหราเหอไนท์มาร์เก็ต (Raohe Night Market) ไนท์มาร์เก็ตยอดนิยม บรรยากาศคึกคัก ของกินแน่น เหมาะปิดวันแบบไทเปสไตล์ 7) จีหลง: ท่าเรือประมงเจิ้นปิง (Zhengbin Port Color Houses) จุดถ่ายรูปสีสันระดับไอคอนของจีหลง เหมาะทำภาพปก/ภาพคอนเทนต์ให้ดูสนุก 8) หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น (Jiufen Old Street) ตรอกโคมแดงบนไหล่เขา บรรยากาศคลาสสิกมาก โดยเฉพาะช่วงเย็น–ค่ำ เหมาะกับภาพสตรีทและภาพโคมไฟ 9) วัดหลงซาน (Longshan Temple) วัดดังกลางเมืองไทเป เหมาะกับสายมูและคนชอบสถาปัตย์จีน-ไต้หวัน 10) ช้อปปิง: Duty Free + ซีเหมินติง (Ximending) ซีเหมินติงเป็นย่านเดินเล่น/ช้อปที่คึกคักสุดของไทเป เหมาะปิดทริปแบบช้อปเต็มอารมณ์FAQ ไปไต้หวันเส้นทางไทเป–จีหลง–สุริยันจันทรา เหมาะกับใครเหมาะกับคนที่อยากได้ทริปครบทั้งธรรมชาติ ช้อป และวัฒนธรรมในครั้งเดียว โดยไม่ต้องย้ายเมืองหนัก แต่ได้ 3 โซนเด่นของไต้หวันทะเลสาบสุริยันจันทราควรไปช่วงเวลาไหนถึงสวยช่วงเช้าจะได้แสงนุ่มและบรรยากาศสงบ ส่วนช่วงเย็นได้โทนแสงอบอุ่น เหมาะถ่ายภาพวิวทะเลสาบกับภูเขาวัดเหวินหวู่สุริยันจันทรามีจุดเด่นอะไรจุดเด่นคือสถาปัตย์หลังคาวัดและวิวทะเลสาบจากมุมสูง ทำให้ได้ทั้งภาพวัดและภาพวิวในเฟรมเดียวไทเป 101 ถ้าไม่ขึ้นชั้น 89 ยังเที่ยวคุ้มไหมคุ้ม เพราะสามารถถ่ายภาพสกายไลน์และเช็คอินรอบอาคารได้ รวมถึงจัดเวลาไปย่านช้อปหรือไนท์มาร์เก็ตต่อได้ทันทีเหราเหอไนท์มาร์เก็ตเด่นเรื่องอะไรเด่นเรื่องบรรยากาศตลาดกลางคืนแบบไทเปแท้ เดินง่าย อาหารหลากหลาย เหมาะสำหรับมื้อเย็นและหาเมนูลองหลายอย่างในคืนเดียวจิ่วเฟิ่นควรไปช่วงเย็นหรือกลางวันถ้าต้องการภาพโคมแดงและบรรยากาศคลาสสิก แนะนำช่วงเย็นถึงค่ำ เพราะไฟโคมสวยและภาพออกมามีอารมณ์มากท่าเรือเจิ้นปิงจีหลงเหมาะถ่ายภาพแบบไหนเหมาะกับภาพสีสันอาคารเรียงริมท่าเรือ โทนสดใส เหมาะทำภาพหน้าปกทริปและภาพคอนเทนต์โซเชียลวัดหลงซานไทเปควรแต่งกายอย่างไรควรแต่งกายสุภาพ เพื่อความเหมาะสมในการเข้าวัด และเพื่อให้การถ่ายภาพสถาปัตยกรรมดูเรียบร้อยซีเหมินติงเหมาะไปเวลาไหนช่วงเย็นถึงค่ำเหมาะที่สุด เพราะไฟนีออนและบรรยากาศคึกคัก เหมาะกับช้อปปิง เดินเล่น และถ่ายภาพเมืองกลางคืนของฝากที่คนไทยนิยมในทริปไต้หวันมีอะไรบ้างพายสับปะรด ชาอู่หลง และเครื่องสำอางเป็นตัวเลือกหลัก เพราะพกง่ายและตรงความนิยมของตลาดไทย ติดต่อ Scholidayโทร: 092-283-9997 | 081-870-6343เว็บไซต์: www.scholiday.co.thLINE OA: @zjw1568vใบอนุญาตนำเที่ยวเลขที่ 11/11210

อินโดนีเซีย น้ำตกเทเกนุงกัน-นาข้าวขั้นบันได-หมู่บ้านคินตามณี-วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ วัดทานาล็อต

อินโดนีเซีย น้ำตกเทเกนุงกัน-นาข้าวขั้นบันได-หมู่บ้านคินตามณี-วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ วัดทานาล็อต

10

  อินโดนีเซีย (บาหลี) เส้นทางธรรมชาติ–วัดดัง–มุมถ่ายรูปไอคอนิก น้ำตกเทเกนุงกัน – นาข้าวขั้นบันได – หมู่บ้านคินตามณี – วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ (Tirta Empul) – วัดทานาล็อต – วัดอูลันดานูบราตัน – Handara Iconic Gate – เด็นปาซาร์ – ตันจุง เบอนัว (ศูนย์อนุรักษ์เต่า) – วิวภูเขาอากุง (Agung Bali) บาหลีเป็นปลายทางที่ “คุ้มภาพและคุ้มประสบการณ์” เพราะรวมธรรมชาติสีเขียว วัฒนธรรมฮินดูบาหลี วัดไอคอนิกริมทะเล–ริมทะเลสาบ และจุดเช็คอินระดับสัญลักษณ์ไว้ในเส้นทางเดียว เหมาะทั้งสายถ่ายภาพ ครอบครัว และคู่รักที่อยากได้ทริปบาลานซ์ระหว่างธรรมชาติและวัฒนธรรม  https://www.scholiday.co.th/tour/ap23543 ไฮไลต์หลักของทริป 1) Tegenungan Waterfall (น้ำตกเทเกนุงกัน) น้ำตกยอดนิยมใกล้โซนอูบุด จุดเด่นคือสายน้ำตกขนาดใหญ่ท่ามกลางป่าเขียว มีมุมถ่ายภาพหลายระดับ เหมาะกับคนที่อยากเริ่มทริปด้วยธรรมชาติแบบสดชื่น 2) Tegalalang Rice Terrace (นาข้าวขั้นบันได) หนึ่งในวิว “บาหลีคลาสสิก” ที่ถ่ายออกมาแล้วรู้ทันทีว่าเป็นบาหลี ลายเส้นขั้นบันไดสวยมาก โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ที่แสงนุ่ม 3) Kintamani (หมู่บ้านคินตามณี) – วิวภูเขาไฟบาตูร์และทะเลสาบ โซนไฮแลนด์อากาศเย็นกว่าชายฝั่ง ได้วิวภูเขาไฟและทะเลสาบมุมกว้าง เหมาะกับการพักสายตาและทำคอนเทนต์วิวธรรมชาติ 4) Tirta Empul (วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์) วัดดังเรื่องพิธีชำระล้างตามความเชื่อฮินดูบาหลี ภายในมีสระและสถาปัตยกรรมแบบบาหลีแท้ เหมาะทั้งสายศรัทธาและสายสถาปัตย์ 5) Tanah Lot (วัดทานาล็อต) ไอคอนริมทะเลของบาหลี โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตกที่ภาพออกมาโดดเด่นมาก เหมาะทำภาพปิดทริปแบบ “ซันเซ็ตซิกเนเจอร์” 6) Ulun Danu Beratan (วัดอูลันดานูบราตัน) วัดริมน้ำ/ริมทะเลสาบในโซนเบดูกูล ภาพออกมาสวยแบบ “บาหลีสายสงบ” มีเลเยอร์ภูเขาและผืนน้ำ ช่วยให้โปรแกรมมีความหลากหลายจากโซนทะเล 7) Handara Iconic Gate ประตูแบบ candi bentar ที่เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม โทนภาพออกมาพรีเมียม เหมาะทำคอนเทนต์และภาพหน้าปกเส้นทาง 8) Tanjung Benoa (ตันจุง เบอนัว) – ศูนย์อนุรักษ์เต่า โซนกิจกรรมทางทะเลและแหล่งเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ เหมาะกับครอบครัวและผู้ที่อยากเพิ่มมิติ “Responsible Travel” ให้ทริป 9) Agung Bali (ภูเขาอากุง) ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของบาหลี เหมาะแทรกเป็น “วิวปิดท้าย/มุมไกล” ในโซนไฮแลนด์หรือช่วงเดินทางระหว่างเมือง (หากวันจริงเห็นชัดตามสภาพอากาศ) FAQ   — บาหลีเส้นทางธรรมชาติ–วัดดัง–จุดถ่ายรูปไอคอนิกTegenungan Waterfall (น้ำตกเทเกนุงกัน) อยู่แถวไหนของบาหลี และเหมาะไปเวลาไหน?น้ำตกเทเกนุงกันอยู่ใกล้โซนอูบุด เดินทางสะดวก เหมาะไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่เพื่อแสงนุ่ม คนไม่แน่น และถ่ายภาพน้ำตกได้คมชัดสวยที่สุดTegalalang Rice Terrace (นาข้าวขั้นบันได) ถ่ายรูปมุมไหนสวย และควรไปช่วงไหน?นาข้าวขั้นบันไดเตกัลลาลังสวยสุดที่มุมวิวกว้างด้านบนและทางเดินขั้นบันได แนะนำไปเช้าหรือช่วงแดดอ่อนเพื่อได้ภาพสีเขียวสดและเงาน้อยKintamani (คินตามณี) ไปดูอะไร และอากาศเป็นอย่างไร?คินตามณีเป็นโซนไฮแลนด์ของบาหลี จุดเด่นคือวิวภูเขาไฟบาตูร์และทะเลสาบ อากาศเย็นกว่าชายฝั่ง ควรพกเสื้อคลุมบาง ๆ โดยเฉพาะช่วงเช้า–เย็นTirta Empul Temple (วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์) ต้องแต่งกายอย่างไร และควรรู้อะไรก่อนเข้า?เข้าวัด Tirta Empul ควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า และปฏิบัติตามกติกาสถานที่ หากร่วมพิธีชำระล้างควรถามขั้นตอนกับเจ้าหน้าที่หรือไกด์ก่อนเพื่อความเหมาะสมTanah Lot Temple (วัดทานาล็อต) ไปช่วงไหนสวยที่สุด และควรเผื่อเวลาเท่าไร?วัดทานาล็อตสวยที่สุดช่วงพระอาทิตย์ตก แนะนำเผื่อเวลาอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมงเพื่อเดินชมมุมถ่ายรูป เลือกจุดชมซันเซ็ต และหลีกเลี่ยงช่วงคนหนาแน่นUlun Danu Beratan (วัดอูลันดานูบราตัน) ต่างจากวัดอื่นอย่างไร?วัดอูลันดานูบราตันตั้งอยู่ริมทะเลสาบในโซนเบดูกูล ภาพออกมาสงบและพรีเมียม มีเลเยอร์ภูเขา–ผืนน้ำ เหมาะกับสายถ่ายภาพและคนที่อยากได้บาหลีโทนเย็นHandara Iconic Gate คืออะไร และไปถ่ายรูปเวลาไหนดีที่สุด?Handara Gate เป็นประตูสไตล์บาหลีที่เป็นจุดเช็คอินยอดนิยม โทนภาพดูเรียบหรู แนะนำไปช่วงเช้าหรือช่วงแสงอ่อนเพื่อได้ภาพสว่างสวยและลดเงาจัดTanjung Benoa (ตันจุงเบอนัว) ศูนย์อนุรักษ์เต่าเหมาะกับใคร และได้ทำอะไรบ้าง?ศูนย์อนุรักษ์เต่าที่ตันจุงเบอนัวเหมาะกับครอบครัวและผู้ที่ชอบทริปเชิงเรียนรู้ ได้ชมการดูแลเต่าและข้อมูลการอนุรักษ์ เพิ่มมิติ Responsible Travel ให้ทริปบาหลีข้อควรระวังในการเที่ยวบาหลีเส้นทางน้ำตก–วัด–ไฮแลนด์มีอะไรบ้าง?ควรใส่รองเท้ากันลื่นสำหรับน้ำตก พกเสื้อคลุมบางสำหรับคินตามณี/เบดูกูล และแต่งกายสุภาพเข้าวัด รวมถึงเผื่อเวลาเดินทางเพราะบางช่วงรถติดในโซนท่องเที่ยวจัดลำดับเที่ยวบาหลีเส้นทางนี้อย่างไรให้คุ้มและไม่เหนื่อย?แนะนำเริ่มโซนอูบุด (Tegenungan–Tegalalang–Tirta Empul) ต่อด้วยไฮแลนด์คินตามณี/Ulun Danu Beratan แล้วปิดวันริมทะเลที่ Tanah Lot ส่วน Handara Gate และ Tanjung Benoa จัดตามโลเคชันโรงแรมเพื่อประหยัดเวลาเดินทางติดต่อ Scholidayโทร: 092-283-9997 | 081-870-6343เว็บไซต์: www.scholiday.co.thLINE OA: @zjw1568vใบอนุญาตนำเที่ยวเลขที่ 11/11210

รัสเซีย มอสโก–เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

รัสเซีย มอสโก–เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

18

✨ เที่ยวรัสเซีย มอสโก–เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก https://www.scholiday.co.th/tour/ap24466พระราชวังเครมลิน • อาร์เมอร์รี่แชมเบอร์ • จัตุรัสแดง • Circus • Sapsan • แคทเธอลีนพาเลซ • Amber Room • ล่องเรือแม่น้ำเนว่าถ้ากำลังมองหา ทัวร์รัสเซีย มอสโก เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ที่ได้ทั้งพระราชวัง พิพิธภัณฑ์ รถไฟความเร็วสูง แลนด์มาร์กเมือง และบรรยากาศยุโรปคลาสสิก เส้นทางนี้ถือว่าเป็นแพ็กเกจที่เล่าเรื่องง่ายและขายได้ชัดมาก เพราะรวมทั้ง Moscow Kremlin, Armoury Chamber, Assumption Cathedral, Red Square, Lenin Mausoleum, St. Basil’s Cathedral, GUM, Izmailovo Market, Sapsan Fast Train, Catherine Palace, Amber Room, Neva River Cruise และ St. Isaac’s Cathedral ไว้ในทริปเดียว เหมาะกับทั้งสายประวัติศาสตร์ สายถ่ายรูป และลูกค้าที่อยากเที่ยวรัสเซียครั้งแรกแบบครบภาพจำ.  จุดแข็งของเส้นทางนี้คือการจับคู่ มอสโก เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ กับ เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมืองหลวงเก่าแห่งจักรวรรดิรัสเซียที่มีวังและสถาปัตยกรรมหรูหรา ทำให้บทความนี้ตอบได้ทั้งคำถามแนว เที่ยวรัสเซียไปไหนดี, มอสโกกับเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กต่างกันอย่างไร, และ ทัวร์รัสเซีย 2 เมืองคุ้มไหม ในแพ็กเกจเดียว.   Highlight ของเส้นทาง  พระราชวังเครมลิน + พิพิธภัณฑ์อาร์เมอร์รี่แชมเบอร์Moscow Kremlin Museums เป็นหัวใจของฝั่งมอสโก และเว็บไซต์ทางการระบุชัดว่าการเข้าชมพื้นที่เครมลินและ Armoury Chamber ใช้ทางเข้าคนละจุด แสดงให้เห็นว่าโปรแกรมนี้ไม่ได้พาแค่ “ถ่ายรูปด้านนอก” แต่เข้าแกนสำคัญของมรดกจักรวรรดิรัสเซียจริง ๆ ส่วน Armoury Chamber เองเป็นจุดขายแรงมากสำหรับลูกค้าที่ชอบเครื่องราชกกุธภัณฑ์ รถม้าพิธีการ และของล้ำค่าจากราชสำนักรัสเซีย. (Kreml)⛪ วิหารอัสสัมชัญ แกนศาสนาและพิธีราชาภิเษกในเครมลินAssumption Cathedral ใน Kremlin Cathedral Square เป็นหนึ่งในวิหารสำคัญที่สุดของรัสเซีย และเว็บไซต์ Kremlin Museums ยังประกาศตารางปิดบางวันของวิหารนี้เป็นระยะ แสดงว่าเป็นสถานที่เข้าชมจริงในเส้นทางยอดนิยมของมอสโก จึงเหมาะมากกับการทำบทความแนว เที่ยวเครมลินดูอะไรบ้าง และเพิ่มมิติด้านศาสนาและราชประเพณีให้กับโปรแกรม. (Kreml)⭐ จัตุรัสแดง – สุสานเลนิน – มหาวิหารเซนต์บาซิล – ห้าง GUMชุดแลนด์มาร์กนี้คือภาพจำอันดับต้น ๆ ของรัสเซีย เพราะ Red Square เป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์การเมือง, St. Basil’s Cathedral เป็นสัญลักษณ์ภาพถ่ายของมอสโก, และ GUM ช่วยเติมอารมณ์เมืองยุโรปคลาสสิกแบบหรูหราในโปรแกรมเดียว ทำให้ช่วงนี้ขายได้ดีกับลูกค้าที่อยากได้ทั้งประวัติศาสตร์และมุมถ่ายรูปไอคอนิก. (Kreml)  ชมโชว์ละครสัตว์ Circusการใส่ Circus Show ในโปรแกรมช่วยบาลานซ์ทริปให้มีความบันเทิงมากขึ้น ไม่ใช่มีแต่พิพิธภัณฑ์และโบสถ์อย่างเดียว เหมาะกับครอบครัวและลูกค้าที่อยากให้ทริปรัสเซียมีช่วงพักอารมณ์ สนุก ดูง่าย และเป็นประสบการณ์ที่ต่างจากการเที่ยวแลนด์มาร์กทั่วไป  ตลาดอิสไมโลโว่ + Mathroska Painting ClassIzmailovo Market เป็นจุดที่ดีมากสำหรับขายลูกค้าที่สนใจของฝาก งานฝีมือ และบรรยากาศรัสเซียแบบพื้นเมือง ส่วน Matryoshka Painting Class ทำให้โปรแกรมดูมีประสบการณ์เชิงกิจกรรมมากขึ้น เหมาะกับแนวคอนเทนต์ เที่ยวรัสเซียซื้ออะไรดี หรือ ทัวร์รัสเซียมีกิจกรรมอะไรน่าสนใจนอกจากชมเมือง  นั่งรถไฟความเร็วสูง SapsanSapsan เป็นหนึ่งในจุดขายที่ชัดมากของเส้นทางนี้ เพราะข้อมูลจาก Russian Railways ระบุว่ารถไฟรุ่นนี้ทำความเร็วได้สูงสุดถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเป็นรถไฟความเร็วสูงหลักระหว่างมอสโกกับเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ขณะที่แหล่งข้อมูลด้านเส้นทางระบุว่าใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งถึงไม่ถึง 4 ชั่วโมง ทำให้การย้ายเมืองดูทันสมัย สะดวก และยังเป็นไฮไลต์ในตัวเอง.  พระราชวังแคทเธอลีน + Amber Roomฝั่งเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ไฮไลต์ที่ขายดีที่สุดเสมอคือ Catherine Palace ที่ Tsarskoe Selo และ Amber Room ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัง เว็บไซต์ทางการของ Tsarskoe Selo ยังมีอัปเดตงานบูรณะห้องต่าง ๆ ต่อเนื่องในปี 2026 สะท้อนว่าสถานที่นี้ยังเป็นแลนด์มาร์กหลักด้านพระราชวังของเมืองอย่างแท้จริง ส่วน Amber Room เองยังคงเป็นภาพจำของความหรูหราระดับจักรวรรดิรัสเซีย.    ล่องเรือแม่น้ำเนว่า + มหาวิหารไอแซคช่วง Neva River Cruise ช่วยให้ทริปเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กดูโรแมนติกและมีบรรยากาศยุโรปมากขึ้น ขณะที่ St. Isaac’s Cathedral เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญที่สุดของเมือง โดยแหล่งข้อมูลพิพิธภัณฑ์และสถานที่ท่องเที่ยวระบุว่าอาคารนี้ทำหน้าที่เป็นพิพิธภัณฑ์เป็นหลักในปัจจุบัน จึงเหมาะมากกับบทความแนว เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กต้องไปไหน และ รัสเซียสายสถาปัตยกรรม.   Program โดยสรุปDay 1: มอสโก – เครมลิน – อาร์เมอร์รี่ – วิหารอัสสัมชัญเปิดทริปด้วยแกนประวัติศาสตร์ของรัสเซียที่ Moscow Kremlin พร้อมเข้าชม Armoury Chamber และโซนวิหารสำคัญใน Kremlin Cathedral Square ทำให้วันแรกของโปรแกรมดูหนักแน่นและตอบโจทย์ลูกค้าที่อยากเริ่มจากแลนด์มาร์กจริงของมอสโก. (Kreml)Day 2: จัตุรัสแดง – สุสานเลนิน – เซนต์บาซิล – GUM – Circusวันนี้เป็นวันของภาพจำเมืองมอสโกแบบเต็ม ๆ ทั้ง Red Square, Lenin Mausoleum, St. Basil’s Cathedral และ GUM ก่อนปิดท้ายด้วยโชว์ละครสัตว์ที่ช่วยให้ทริปมีจังหวะสนุกขึ้นและไม่แน่นเกินไปDay 3: Izmailovo Market – Matryoshka Painting – Sapsan สู่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กช่วงเช้าเก็บบรรยากาศรัสเซียพื้นเมืองที่ Izmailovo Market และทำกิจกรรม Matryoshka Painting Class จากนั้นนั่ง Sapsan Fast Train ย้ายเมืองแบบรวดเร็วและสะดวก ถือเป็นอีกจุดขายที่ต่างจากทัวร์ยุโรปบางเส้นทางที่ต้องนั่งรถยาว. (Russian Railways)Day 4: พระราชวังแคทเธอลีน – Amber Room – ล่องเรือเนว่าเข้าชม Catherine Palace และ Amber Room ไฮไลต์ระดับจักรวรรดิ ก่อนเติมบรรยากาศเมืองแห่งคลองและแม่น้ำด้วย Neva River Cruise ซึ่งช่วยให้วันเที่ยวเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กดูหรูหราและครบอารมณ์. (Tzar)Day 5: มหาวิหารไอแซค – เดินทางกลับปิดท้ายด้วย St. Isaac’s Cathedral แลนด์มาร์กสถาปัตยกรรมสำคัญของเมือง ก่อนเดินทางกลับ พร้อมจบเส้นทางรัสเซีย 2 เมืองที่ครบทั้งวัง เมืองหลวงเก่า เมืองหลวงใหม่ และรถไฟความเร็วสูง. (Cathedral Museum)❓ FAQ เที่ยวรัสเซีย มอสโก–เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก1) เที่ยวรัสเซียช่วงไหนเหมาะ?รัสเซียเที่ยวได้หลายฤดู แต่ถ้าเน้นเดินเมือง ชมวัง และล่องเรือแม่น้ำ ช่วงอากาศสบายจะเดินง่ายกว่า โดยเฉพาะเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กที่เสน่ห์ของเมืองจะเด่นมากเมื่อเดินเล่นกลางแจ้งได้สะดวก2) ควรเตรียมเสื้อผ้าแบบไหน?แนะนำแต่งแบบ เลเยอร์ ???? เพราะมอสโกและเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กอุณหภูมิอาจต่างจากไทยมาก และในบางวันมีทั้งเดินกลางแจ้ง เข้าพิพิธภัณฑ์ และนั่งเรือในวันเดียว3) เอกสารที่ควรเตรียมมีอะไรบ้าง?ควรมีพาสปอร์ต เอกสารการเดินทาง ตั๋วรถไฟ ข้อมูลโรงแรม และรายละเอียดโปรแกรมให้พร้อม เพราะเส้นทางนี้มีทั้งเครื่องบิน รถไฟความเร็วสูง และแหล่งท่องเที่ยวที่ต้องบริหารเวลาให้ดี4) ทิปควรเตรียมอย่างไร?ควรเตรียมแบงก์ย่อยไว้สำหรับบริการหน้างาน ไกด์ หรือคนขับตามเงื่อนไขของโปรแกรม การมีเงินย่อยจะสะดวกกว่ามากในวันเดินทางระหว่างเมือง5) อินเทอร์เน็ตควรใช้แบบไหนดี?แนะนำ eSIM หรือโรมมิ่งที่ใช้งานในรัสเซียได้จริง เพื่อช่วยเรื่องแผนที่ สื่อสาร และเช็กเวลาเดินทาง โดยเฉพาะวันนั่ง Sapsan และวันเดินเที่ยวด้วยตัวเองในเมือง6) ควรมีแอปอะไรติดมือถือ?อย่างน้อยควรมีแอปแผนที่ แอปแปลภาษา และแอปสื่อสาร เพราะช่วยมากทั้งเวลาเดินพิพิธภัณฑ์ ซื้อของฝาก และจัดการเวลาในสถานีรถไฟ7) ของฝากจากรัสเซียซื้ออะไรดี?ของฝากยอดนิยมคือ Matryoshka, งานเพนต์ไม้, แม่เหล็ก, ช็อกโกแลต และของที่ระลึกธีม Kremlin / St. Basil’s โดย Izmailovo Market เป็นจุดที่เหมาะมากสำหรับของฝากแนวพื้นเมือง8) อาหารแนะนำมีอะไรบ้าง?สามารถลองเมนูอย่าง borscht, beef stroganoff, blini และอาหารรัสเซียแนวซุปหรืออบต่าง ๆ ซึ่งเหมาะกับอากาศเย็นและให้ภาพจำของรัสเซียได้ดี9) เรื่องท้องไส้ต้องระวังอะไร?ควรดื่มน้ำสะอาด เลือกอาหารที่สุกใหม่ และไม่ทานหนักเกินไปก่อนขึ้นรถไฟหรือก่อนล่องเรือ โดยเฉพาะวันที่โปรแกรมค่อนข้างแน่น10) สิ่งที่ไม่ควรพลาดในทริปนี้คืออะไร?Must-do ของเส้นทางนี้คือ Kremlin, Armoury Chamber, Red Square, St. Basil’s, Sapsan, Catherine Palace, Amber Room และ St. Isaac’s Cathedral เพราะเป็นแกนหลักที่ทำให้คำว่า “เที่ยวรัสเซีย 2 เมืองครบภาพจำ” ชัดที่สุด. (Kreml)11) ปลั๊กไฟต้องเตรียมไหม?ควรพกหัวแปลงปลั๊กสากลไปเอง จะสะดวกที่สุด โดยเฉพาะถ้าต้องชาร์จมือถือ กล้อง และพาวเวอร์แบงก์ทุกวัน12) ผู้สูงอายุเหมาะกับทริปนี้ไหม?เหมาะถ้าเดินได้พอสมควร เพราะเส้นทางนี้มีทั้งวัง พิพิธภัณฑ์ ลานกว้าง และสถานีรถไฟ แต่ข้อดีคือมีช่วงนั่งรถไฟเร็วและการเดินในเมืองที่ค่อนข้างเป็นระบบ13) เด็กไปได้ไหม?ได้ โดยเฉพาะเด็กที่สนใจวัง รถไฟเร็ว และโชว์ละครสัตว์ แต่ผู้ปกครองควรวางจังหวะพักให้เหมาะ เพราะบางจุดอย่างพิพิธภัณฑ์และพระราชวังใช้เวลาเดินพอสมควร14) Sapsan เร็วแค่ไหน?ข้อมูลจาก Russian Railways ระบุว่า Sapsan ทำความเร็วได้ถึง 250 กม./ชม. และโดยทั่วไประยะทางมอสโก–เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กใช้เวลาไม่ถึง 4 ชั่วโมง จึงเป็นหนึ่งในจุดขายที่ดีมากของโปรแกรมนี้.   สรุปเส้นทาง เที่ยวรัสเซีย มอสโก–เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เป็นโปรแกรมที่ขายง่ายมาก เพราะได้ทั้ง Kremlin, Armoury Chamber, Red Square, GUM, Circus, Izmailovo Market, Sapsan Fast Train, Catherine Palace, Amber Room, Neva River Cruise และ St. Isaac’s Cathedral ในทริปเดียว เหมาะกับลูกค้าที่อยากได้รัสเซียแบบครบทั้งประวัติศาสตร์ เมืองหลวงเก่า เมืองหลวงใหม่ และประสบการณ์รถไฟความเร็วสูง. (Kreml) ช่องทางติดต่อ SC HolidaySC Holidayบริษัททัวร์ครบวงจร ใบอนุญาตเลขที่ 11/11210บริการทัวร์ในประเทศ–ต่างประเทศ, จัดประชุมสัมมนา, CSR Trip, ทัวร์กอล์ฟ, ครอบครัว, นักเรียน และโปรแกรม Tailor-made ???? 092-283-9997 | 081-870-6343 www.scholiday.co.th  Line OA: @zjw1568v

ทัวร์อียิปต์ ไคโร อเล็กซานเดรีย

ทัวร์อียิปต์ ไคโร อเล็กซานเดรีย

25

✨ EGYPT–CAIRO–ALEX 3 MUSEUM  https://www.scholiday.co.th/tour/ap24930เที่ยวครบ 3 พิพิธภัณฑ์ ไคโร–กีซา–อเล็กซานเดรีย ครบทั้งปิรามิด แม่น้ำไนล์ และอารยธรรมอียิปต์ถ้ากำลังมองหา ทัวร์อียิปต์ ไคโร อเล็กซานเดรีย ที่ได้ทั้งแลนด์มาร์กคลาสสิกและพิพิธภัณฑ์แบบจัดเต็ม เส้นทางนี้ตอบโจทย์มาก เพราะรวมทั้ง ปิรามิดกีซา–สฟิงซ์–เมมฟิส–ซัคคารา–Grand Egyptian Museum–NMEC–Egyptian Museum Cairo และยังพาไป อเล็กซานเดรีย ครบทั้ง Citadel of Qaitbay, Catacombs of Kom el Shoqafa และ Pompey’s Pillar ในทริปเดียว เหมาะกับลูกค้าที่อยากเที่ยวอียิปต์แบบ “เห็นทั้งของจริงโบราณสถาน และเข้าใจเรื่องราวผ่านพิพิธภัณฑ์” อย่างครบมิติ.จุดแข็งของโปรแกรมนี้คือการวางเส้นทางแบบ คำตอบสำหรับคนอยากเที่ยวอียิปต์ครั้งแรก เพราะได้ครบทั้งโลกโบราณของเมมฟิส–ซัคคารา ความยิ่งใหญ่ของกีซา พิพิธภัณฑ์ยุคใหม่ระดับโลกอย่าง Grand Egyptian Museum และ National Museum of Egyptian Civilization (NMEC) รวมถึงพิพิธภัณฑ์คลาสสิกกลางจัตุรัสทาห์รีร์อย่าง Egyptian Museum Cairo ก่อนปิดด้วยอเล็กซานเดรีย เมืองเมดิเตอร์เรเนียนที่มีทั้งป้อมปราการ หลุมศพใต้ดินแบบโรมัน และเสาโบราณชื่อดัง.  Highlight ของเส้นทาง  ปิรามิดกีซา และสฟิงซ์ แลนด์มาร์กที่ใครมาอียิปต์ก็ต้องเห็นจุดเปิดเรื่องของทริปนี้คือ Great Pyramids of Giza และ Great Sphinx ซึ่งยังคงเป็นภาพจำอันดับหนึ่งของอียิปต์ สฟิงซ์เองเป็นประติมากรรมขนาดมหึมาที่นักโบราณคดีเชื่อว่าสร้างในยุคอาณาจักรเก่า และตั้งอยู่หน้าเนโครโพลิสกีซามาอย่างยาวนาน จึงเหมาะมากกับคีย์เวิร์ดแนว เที่ยวอียิปต์ครั้งแรกต้องไปไหน หรือ ปิรามิดกับสฟิงซ์ในทริปเดียว. เมมฟิส–ซัคคารา–ปิรามิดขั้นบันได ต้นกำเนิดวิวัฒนาการพีระมิดโปรแกรมนี้ไม่ได้พาไปแค่กีซา แต่ยังพาไป Saqqara เพื่อชม Step Pyramid of Djoser ซึ่งเป็นต้นแบบสำคัญของสถาปัตยกรรมพีระมิดยุคต่อมา หลายแหล่งข้อมูลอธิบายตรงกันว่าเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างหินขนาดใหญ่เก่าแก่ที่สุดของโลก ทำให้ช่วงนี้ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้บทความแนว อียิปต์เชิงประวัติศาสตร์ และช่วยขายลูกค้าที่อยากได้มากกว่าการเช็กอินแลนด์มาร์กยอดนิยม.  ศูนย์ผลิตกระดาษปาปิรุส เพิ่มมิติอารยธรรมอียิปต์ให้จับต้องได้ช่วงแวะ ศูนย์ผลิตกระดาษปาปิรุส ช่วยให้โปรแกรมมีจังหวะผ่อนจากการชมโบราณสถาน และทำให้ลูกค้าเข้าใจอารยธรรมอียิปต์ผ่านงานหัตถกรรมและของฝากที่สื่อความเป็นอียิปต์ได้ชัดเจน เหมาะกับการใส่ในบทความแนว ซื้อของฝากอียิปต์อะไรดี หรือ กิจกรรมเบา ๆ ระหว่างเที่ยวไคโร  Grand Egyptian Museum พิพิธภัณฑ์ระดับโลกแห่งใหม่ของอียิปต์Grand Egyptian Museum (GEM) เป็นหนึ่งในจุดขายแรงที่สุดของเส้นทางนี้ ปัจจุบันเว็บไซต์ทางการระบุเวลาเปิดชัดเจนว่า GEM Complex เปิด 8:30–19:00 น. ทุกวัน และในวันพุธกับเสาร์ขยายถึง 22:00 น. ส่วนแกลเลอรีเปิด 9:00–18:00 น. และขยายถึง 21:00 น. ในวันพุธกับเสาร์ โดยจุดขายสำคัญคือการเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดมหึมาข้างกีซาที่ออกแบบร่วมสมัยและรวบรวมโบราณวัตถุอียิปต์ในระดับที่ทันสมัยมาก.  NMEC พิพิธภัณฑ์อารยธรรมอียิปต์ที่เล่าเรื่องประเทศทั้งเส้นเวลาNational Museum of Egyptian Civilization (NMEC) ที่ฟุสตัทเป็นอีกไฮไลต์สำคัญ เพราะต่างจาก GEM ตรงที่เล่าเรื่อง “อารยธรรมอียิปต์ทั้งภาพรวม” ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และเป็นที่รู้จักมากจาก Royal Mummies Hall เว็บไซต์ทางการระบุเวลาเปิด 9:00–17:00 น. ทุกวัน และวันศุกร์มีรอบค่ำ 18:00–21:00 น. ด้วย จึงเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าที่อยากเข้าใจโครงเรื่องอียิปต์แบบเป็นระบบ.  Egyptian Museum Cairo พิพิธภัณฑ์คลาสสิกกลางทาห์รีร์แม้จะมีพิพิธภัณฑ์ใหม่หลายแห่ง แต่ Egyptian Museum Cairo ก็ยังเป็นสถานที่สำคัญมาก เพราะเป็นพิพิธภัณฑ์โบราณคดีที่เก่าแก่ที่สุดในตะวันออกกลาง และยังคงเป็นสัญลักษณ์ของการชมโบราณวัตถุอียิปต์ในบรรยากาศคลาสสิก จึงช่วยให้โปรแกรมนี้ขายได้ชัดในฐานะ ทัวร์อียิปต์ 3 พิพิธภัณฑ์ จริง ๆ. ล่องเรือแม่น้ำไนล์ พร้อม Belly Danceช่วง Nile dinner cruise ช่วยให้ทริปดูพรีเมียมและบาลานซ์มากขึ้น เพราะหลังจากวันหนัก ๆ กับโบราณสถานและพิพิธภัณฑ์ ลูกค้าจะได้เปลี่ยนอารมณ์มาสู่บรรยากาศแม่น้ำไนล์ แสงไฟยามค่ำ และการแสดง Belly Dance ซึ่งเหมาะมากกับการใช้เป็นจุดขายแนว อียิปต์กลางคืน หรือ ทริปไคโรที่ไม่ได้มีแค่พีระมิด  อเล็กซานเดรีย: Citadel of Qaitbay – Catacombs – Pompey’s Pillarฝั่งอเล็กซานเดรียทำให้เส้นทางนี้มีความหลากหลายมากขึ้น โดย Citadel of Qaitbay เป็นป้อมปราการริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สร้างบนพื้นที่เดิมของประภาคารอเล็กซานเดรียในอดีต ขณะที่ Catacombs of Kom el Shoqafa เป็นหลุมศพใต้ดินที่สะท้อนการผสมผสานศิลปะอียิปต์–กรีก–โรมัน และ Pompey’s Pillar เป็นเสาโรมันขนาดใหญ่ที่ยังเป็นภาพจำของเมืองมาจนวันนี้.  Program โดยสรุปDay 1 ✈️ ไคโร – ปิรามิดกีซา – สฟิงซ์เปิดทริปด้วยแลนด์มาร์กระดับโลกอย่าง Great Pyramids of Giza และ Great Sphinx ซึ่งเป็นภาพจำของอียิปต์และเหมาะมากกับการเริ่มเรื่องแบบแรงตั้งแต่วันแรก.Day 2  เมมฟิส – ซัคคารา – ปาปิรุส – Grand Egyptian Museumเข้าสู่ช่วงประวัติศาสตร์แบบลึกขึ้นด้วย Memphis และ Saqqara Step Pyramid ก่อนต่อด้วย Grand Egyptian Museum ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ใหม่ขนาดใหญ่ข้างกีซา.Day 3  NMEC – ล่องเรือแม่น้ำไนล์วันนี้เป็นวันของ National Museum of Egyptian Civilization และค่ำคืนบนแม่น้ำไนล์ ช่วยให้ทริปบาลานซ์ทั้งเนื้อหาอารยธรรมและบรรยากาศพักผ่อน.Day 4   อเล็กซานเดรียเต็มวันเดินทางสู่ Alexandria เที่ยว Citadel of Qaitbay, Catacombs of Kom el Shoqafa, Pompey’s Pillar เป็นวันที่เสริมมิติเมดิเตอร์เรเนียนและโลกกรีก–โรมันให้กับทริปอียิปต์.Day 5  Egyptian Museum Cairo – เดินทางกลับปิดท้ายด้วย Egyptian Museum Cairo พิพิธภัณฑ์คลาสสิกใจกลางไคโร ก่อนเดินทางกลับ พร้อมจบเส้นทางแบบครบ 3 พิพิธภัณฑ์จริง.❓ FAQ ทัวร์อียิปต์ ไคโร–อเล็กซานเดรีย1) เส้นทางนี้เหมาะเที่ยวช่วงไหน?อียิปต์เที่ยวได้หลายช่วง แต่ถ้าต้องเดินโบราณสถานหลายจุดอย่างกีซา ซัคคารา และอเล็กซานเดรีย ช่วงอากาศไม่ร้อนจัดจะเดินสบายกว่า2) ควรเตรียมเสื้อผ้าแบบไหน?แนะนำเสื้อผ้าระบายอากาศดี หมวก แว่นกันแดด และรองเท้าเดินสบาย เพราะโปรแกรมนี้มีทั้งโบราณสถานกลางแจ้ง พิพิธภัณฑ์ และการเดินเมือง3) เอกสารที่ควรเตรียมมีอะไรบ้าง?ควรมีพาสปอร์ต เอกสารการเดินทาง ข้อมูลตั๋ว และรายละเอียดโรงแรมให้พร้อม โดยเฉพาะทริปอียิปต์ที่มีการย้ายเมืองและเข้าหลายแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ4) ทิปควรเตรียมอย่างไร?ควรเตรียมแบงก์ย่อยไว้สำหรับไกด์ คนขับ และบริการหน้างาน เพราะเส้นทางอียิปต์มักมีหลายจุดที่การมีเงินย่อยจะช่วยให้สะดวกมากขึ้น5) อินเทอร์เน็ตควรใช้แบบไหนดี?แนะนำ eSIM หรือโรมมิ่งที่ใช้งานในอียิปต์ได้จริง เพื่อเช็กแผนที่ สื่อสาร และส่งรูปได้สะดวก โดยเฉพาะวันที่ไปอเล็กซานเดรีย6) ควรมีแอปอะไรติดมือถือ?อย่างน้อยควรมีแอปแผนที่ แอปแปลภาษา และแอปสื่อสาร เพราะช่วยมากทั้งในพิพิธภัณฑ์และเวลาซื้อของฝาก7) ของฝากจากอียิปต์ซื้ออะไรดี?ของฝากยอดนิยมคือผลิตภัณฑ์ papyrus, ของตกแต่งลายอียิปต์, น้ำหอม, เครื่องเทศ และของที่ระลึกธีมพีระมิดหรือสฟิงซ์8) อาหารแนะนำมีอะไรบ้าง?สามารถลองอาหารท้องถิ่นอย่าง koshari, kebab, falafel แบบอียิปต์ และเมนูย่างต่าง ๆ แต่ควรเลือกร้านมาตรฐานและอาหารสุกใหม่9) เรื่องท้องไส้ต้องระวังอะไร?ควรดื่มน้ำบรรจุขวด เลี่ยงน้ำแข็งที่ไม่มั่นใจ และอย่าทานหนักเกินไปก่อนขึ้นรถยาวหรือก่อนล่องเรือแม่น้ำไนล์10) สิ่งที่ไม่ควรพลาดในทริปนี้คืออะไร?Must-do ของโปรแกรมนี้คือ ปิรามิดกีซา–สฟิงซ์–Grand Egyptian Museum–NMEC–Egyptian Museum Cairo–Citadel of Qaitbay–Catacombs–Pompey’s Pillar เพราะนี่คือแกนที่ทำให้ชื่อทริป “เที่ยวครบ 3 พิพิธภัณฑ์” ชัดที่สุด.11) ปลั๊กไฟต้องเตรียมไหม?ควรพกหัวแปลงปลั๊กสากลไปเอง จะสะดวกกว่า โดยเฉพาะถ้าต้องชาร์จมือถือ กล้อง และพาวเวอร์แบงก์ทุกวัน12) ผู้สูงอายุเหมาะกับทริปนี้ไหม?เหมาะถ้าเดินไหวพอสมควร เพราะโปรแกรมนี้มีทั้งพื้นทราย ทางเดินโบราณสถาน และพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ ควรจัดจังหวะพักให้ดี13) เด็กไปได้ไหม?ได้ โดยเฉพาะเด็กที่สนใจประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ แต่ควรดูแลเรื่องแดด น้ำดื่ม และช่วงเดินกลางแจ้งเป็นพิเศษ14) GEM กับ NMEC ต่างกันอย่างไร?GEM เด่นเรื่องขนาด ความทันสมัย และการจัดแสดงโบราณวัตถุอียิปต์จำนวนมากใกล้กีซา ส่วน NMEC เด่นเรื่องการเล่า “อารยธรรมอียิปต์ทั้งเส้นเวลา” และ Royal Mummies Hall.  สรุปเส้นทาง EGYPT–CAIRO–ALEX 3 MUSEUM BY WY เป็นโปรแกรมที่ขายง่ายมาก เพราะได้ทั้ง ปิรามิด–สฟิงซ์–เมมฟิส–ซัคคารา–Grand Egyptian Museum–NMEC–Egyptian Museum Cairo และอเล็กซานเดรียในทริปเดียว เหมาะกับลูกค้าที่อยากเที่ยวอียิปต์แบบครบทั้งแลนด์มาร์กและความรู้จริง ไม่ใช่แค่เช็กอินแต่เข้าใจอารยธรรมด้วย. ช่องทางติดต่อ SC HolidaySC Holidayบริษัททัวร์ครบวงจร ใบอนุญาตเลขที่ 11/11210บริการทัวร์ในประเทศ–ต่างประเทศ, จัดประชุมสัมมนา, CSR Trip, ทัวร์กอล์ฟ, ครอบครัว, นักเรียน และโปรแกรม Tailor-made ????  092-283-9997 | 081-870-6343  www.scholiday.co.th  Line OA: @zjw1568v 

อินเดียตะวันออกเฉียงเหนือ  Nagaland Heritage Village – Kohima View Point – Shurho View Point

อินเดียตะวันออกเฉียงเหนือ Nagaland Heritage Village – Kohima View Point – Shurho View Point

11

ทัวร์อินเดีย Nagaland – Assam   หนึ่งในเส้นทาง “อินเดียตะวันออกเฉียงเหนือ” ที่ให้ประสบการณ์ต่างจากอินเดียสายคลาสสิกแบบเดิมอย่างชัดเจน เพราะได้ทั้งวัฒนธรรมชนเผ่า วิวภูเขาเมืองโคฮิมา เมืองเก่าอาหมของอัสสัม วัดสำคัญสายศรัทธา และหมู่บ้านไทในอินเดีย (Tai Phake) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เหมาะกับนักเดินทางที่อยากเห็นอินเดียในมุมใหม่ เน้นเรื่องเล่าและความหลากหลายของผู้คน  https://www.scholiday.co.th/tour/ap23496เส้นทางท่องเที่ยวในโปรแกรมNagaland Heritage Village – Kohima View Point – Shurho View Point – สุสานทหารเมืองโกฮิมา – เมืองนากาโอน – วัดมหามฤตยูชัย – เมืองจอร์ฮัต – เมืองศิวสาคร – จุดชมวิวรอบบ่อน้ำศิวสาคร – วัดศิวดล – พิพิธภัณฑ์อัสสัม – พระราชวังอาหม – เชรายดอย/มายด้ำ – เมืองดีบูรกาห์ – ไทผาเก – หมู่บ้านไทผาเกHighlight  1) Nagaland Heritage Villageจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทริปนี้ “ต่าง” เพราะได้เห็นวัฒนธรรมและรากของชนเผ่านากาในภาพรวม เข้าใจวิถีชีวิต เครื่องแต่งกาย งานหัตถกรรม และบรรยากาศพื้นถิ่นที่ยังรักษาเอกลักษณ์ไว้ชัดเจน2) Kohima View Point และ Shurho View Pointจุดชมวิวเมืองโกฮิมาที่ให้มุมมองของเมืองบนสันเขาและภูมิประเทศแบบภูเขาสลับซับซ้อน เหมาะสำหรับสายถ่ายภาพและคนที่อยากเห็นความ “เขียว” ของอินเดียตะวันออกเฉียงเหนือ3) สุสานทหารเมืองโกฮิมาสถานที่เชิงประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวสงครามและความทรงจำของพื้นที่ ทำให้การเที่ยว Nagaland มีมิติมากกว่าแค่ชมวิว4) วัดมหามฤตยูชัย (Mahamrityunjaya Temple)หนึ่งในวัดสำคัญของอัสสัม เหมาะกับผู้ที่สนใจศรัทธาและสถาปัตยกรรมเชิงศาสนา เป็นจุดที่ช่วยเติม “อินเดียแท้” ในแบบสงบและจริงจัง5) ศิวสาคร: เมืองประวัติศาสตร์ของราชวงศ์อาหมศิวสาครเป็นหัวใจของประวัติศาสตร์อัสสัม โดยมีบ่อน้ำขนาดใหญ่เป็นจุดเด่นของเมือง และวัดสำคัญอย่าง “วัดศิวดล” ที่ทำให้ภาพเมืองดูขลังและคลาสสิก เหมาะกับคนที่ชอบเมืองเก่าและเรื่องเล่าราชวงศ์6) พระราชวังอาหม + เชรายดอย/มายด้ำเส้นทางนี้เด่นเรื่อง “อารยธรรมอาหม” ที่แตกต่างจากอินเดียเหนือ เห็นทั้งโบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ และจุดที่สะท้อนโครงสร้างอำนาจ วัฒนธรรม และพิธีกรรมของพื้นที่7) เมืองดีบูรกาห์ (Dibrugarh)เมืองสำคัญของอัสสัมฝั่งตะวันออก เป็นจุดเชื่อมเส้นทางไปยังชุมชนไทผาเก เหมาะกับการพักและปรับจังหวะก่อนเข้าสู่ประสบการณ์เชิงชาติพันธุ์8) ไทผาเก (Tai Phake) และหมู่บ้านไทผาเกไฮไลต์ที่มีเอกลักษณ์มาก เพราะได้เห็นชุมชนคนไทในอินเดีย ทั้งวัฒนธรรม ภาษา การแต่งกาย วิถีชีวิต และบรรยากาศหมู่บ้านที่เงียบสงบ เป็นประสบการณ์ที่ทำให้ทริปนี้ “จำได้” ไม่ซ้ำใคร Day 1 เดินทางสู่ Nagaland (เข้าเขตโกฮิมา) พักผ่อน/เก็บบรรยากาศเมืองDay 2 Nagaland Heritage Village – Kohima View Point – Shurho View Point – สุสานทหารโกฮิมาDay 3 โกฮิมา – เมืองนากาโอนDay 4 นากาโอน – วัดมหามฤตยูชัย – เมืองจอร์ฮัตDay 5 จอร์ฮัต – เมืองศิวสาคร – จุดชมวิวรอบบ่อน้ำศิวสาคร – วัดศิวดล – พิพิธภัณฑ์อัสสัม – พระราชวังอาหมDay 6 ศิวสาคร – เชรายดอย/มายด้ำ – เมืองดีบูรกาห์Day 7 ดีบูรกาห์ – ไทผาเก – หมู่บ้านไทผาเก – เดินทางกลับตามไฟลต์/แผนการเดินทางFAQ  Nagaland Heritage Village เหมาะกับใครเหมาะกับคนที่อยากเข้าใจวัฒนธรรมชนเผ่าใน Nagaland แบบภาพรวม และอยากได้มุมถ่ายภาพพื้นถิ่นที่แตกต่างจากอินเดียเส้นทางเดิมKohima View Point และ Shurho View Point ไปช่วงเวลาไหนสวยแนะนำช่วงเช้าหรือบ่ายแก่เพื่อได้แสงนุ่ม เห็นชั้นภูเขาและเมืองโกฮิมาชัด เหมาะกับการถ่ายภาพวิวสุสานทหารเมืองโกฮิมา ควรเตรียมอะไรในการเข้าชมควรแต่งกายสุภาพและรักษามารยาท เนื่องจากเป็นสถานที่เชิงประวัติศาสตร์และความทรงจำวัดมหามฤตยูชัย (Assam) ต้องแต่งกายอย่างไรแนะนำแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า เพื่อความเหมาะสมในการเข้าวัดและการถ่ายภาพในพื้นที่ศรัทธาศิวสาครมีอะไรเด่นที่สุดจุดเด่นคือบ่อน้ำศิวสาครและวัดศิวดล ซึ่งสะท้อนความรุ่งเรืองของเมืองประวัติศาสตร์อาหม เหมาะกับผู้สนใจประวัติศาสตร์อัสสัมพิพิธภัณฑ์อัสสัมช่วยให้เข้าใจอะไรช่วยต่อภาพเรื่องชาติพันธุ์ ประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรมของ Assam ให้ครบ ก่อนเดินทางต่อไปยังพื้นที่เชิงชุมชนพระราชวังอาหมและเชรายดอย/มายด้ำต่างจากเมืองอื่นในอินเดียอย่างไรเป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ของอารยธรรมอาหมที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง ทำให้การเที่ยว Assam มีเรื่องเล่าเฉพาะ ไม่ซ้ำอินเดียเหนือดีบูรกาห์เป็นเมืองแบบไหนเป็นเมืองศูนย์กลางฝั่งตะวันออกของ Assam ใช้เป็นจุดพักและเชื่อมเส้นทางไปชุมชนไทผาเกได้สะดวกไทผาเก (Tai Phake) คืออะไร ทำไมควรไปไทผาเกคือชุมชนคนไทในอินเดียที่ยังคงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตเฉพาะ เป็นไฮไลต์เชิงชาติพันธุ์ที่หาได้ยากและทำให้ทริปนี้โดดเด่นทริป Nagaland–Assam เหมาะกับคนที่เคยไปอินเดียมาแล้วไหมเหมาะมาก เพราะเป็น “อินเดียอีกด้าน” ที่เน้นธรรมชาติ วัฒนธรรมชนเผ่า เมืองประวัติศาสตร์อัสสัม และชุมชนคนไท ไม่ใช่เส้นทาง Golden Triangle แบบเดิม ช่องทางติดต่อ Scholidayโทร: 092-283-9997 | 081-870-6343เว็บไซต์: www.scholiday.co.thLINE OA: @zjw1568vใบอนุญาตนำเที่ยวเลขที่ 11/11210